กุ้ยโจวเสริมศักยภาพเศรษฐกิจในหลายมิติ มุ่งสู่การเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ
มณฑลกุ้ยโจว :
เศรษฐกิจของมณฑลกุ้ยโจว ในปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 4.9 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายทั้งของจีน ที่ตั้งไว้ร้อยละ 5 และเป้าหมายของมณฑลที่ร้อยละ 5.5 โดยมีมูลค่า GDP รวม 2,356,217 ล้านหยวน แบ่งเป็นภาคการเกษตร 302,335 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.4 ภาคอุตสาหกรรม 729,824 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.1 และภาคบริการ 1,324,058 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 มีสัดส่วนเศรษฐกิจ
13:31:56 ตามลำดับ ขณะที่ GDP ต่อหัวอยู่ที่ประมาณ 61,000 หยวน หรือราว 8,700 ดอลลาร์สหรัฐ
ภาคการเกษตรของกุ้ยโจวยังคงมีเสถียรภาพ โดยผลผลิตธัญพืชทั้งปีอยู่ที่ 11.68 ล้านตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 สินค้าเกษตรสำคัญ เช่น สมุนไพรจีน ชา ผัก และผลไม้ มีการเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนถึงการพัฒนาภาคเกษตรที่เน้นคุณภาพและการเพิ่มมูลค่า
ภาคอุตสาหกรรมมีการเติบโตที่โดดเด่น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ ซึ่งขยายตัวในหลายสาขา อาทิ การผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้นร้อยละ 42.3 การผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 41.1 และการผลิตคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร และอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.9 นอกจากนี้ สินค้าเกษตรแปรรูปอย่างผลิตภัณฑ์จากพริกก็ขยายตัวร้อยละ 29.8
ภาคบริการเติบโตอย่างมั่นคง โดยเฉพาะบริการสมัยใหม่ เช่น ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีสารสนเทศที่ขยายตัวร้อยละ 8.9 รวมถึงบริการด้านสาธารณูปโภคและการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ขณะเดียวกัน ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยในปี 2568 กุ้ยโจวมีนักท่องเที่ยวรวม 760 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.9 และมีรายได้จากการท่องเที่ยว 930,000 ล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.1
อย่างไรก็ตาม การค้าระหว่างประเทศของกุ้ยโจวลดลงร้อยละ 1.6 โดยมีมูลค่ารวม 11,860 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าการนำเข้าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.2 แต่การส่งออกกลับลดลงร้อยละ 10.7 ทั้งนี้ Thailand เป็นคู่ค้าอันดับที่ 6 ของมณฑล
โดยมูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 428 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 14.7 แบ่งเป็นการนำเข้าจากไทย 148 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย และการส่งออกไปไทย 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ 21.6 สินค้านำเข้าหลักจากไทย ได้แก่ ยางพารา ผลไม้ วงจรรวม และกระดาษ ขณะที่สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ เคมีภัณฑ์ ปุ๋ย และสุราขาว
ด้านการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรลดลงร้อยละ 3.7 โดยการลงทุนที่ยังขยายตัวอยู่ในอุตสาหกรรมเคมี โลหะ พลังงานไฟฟ้า และเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงหดตัว ด้านยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.7 มีมูลค่า 937,206 ล้านหยวน
โดยหมวดสินค้าที่เติบโต ได้แก่ อุปกรณ์สื่อสารและรถยนต์ ในขณะที่หมวดน้ำมันมีการหดตัว สำหรับเสถียรภาพด้านราคา ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ลดลงร้อยละ 0.1 และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ลดลงร้อยละ 3.1 โดยปัจจัยหลักมาจากราคาพลังงานที่ปรับลดลง รวมถึงราคาสินค้าอาหารที่ลดลงเล็กน้อย (ข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง, เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์)
ที่มา globthailand
วันที่ 26 มีนาคม 2569

