หอการค้า ชี้สงกรานต์ยังไม่หวือหวา ไร้คำสั่งซื้อช่วงเทศกาล สัญญาณอันตรายฉุดศก.
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมช่วงเทศกาลสงกรานต์ เดือนเมษายน 2569 นี้ ประเมินเบื้องต้นน่าจะไม่ได้หวือหวาเท่าที่ควร บรรยากาศคงนิ่งอยู่ เนื่องจากประชาชนมีความกังวลการเติมน้ำมันในปั๊มตามเส้นทางที่ผ่านไปถึงปลายทาง กลัวว่ารถยนต์ส่วนบุคคลน้ำมันจะหมดกลางทางเพราะหากปั๊มเติมน้ำมันไม่เพียงพอ รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นถึง 6 บาทต่อลิตร ก็เป็นต้นทุนหลักในการเดินทางท่องเที่ยวเช่นกัน โดยแนวโน้มสงกรานต์จะคึกคักมากน้อยเท่าใด ต้องจับตาความชัดเจนของสถานการณ์การเติมน้ำมันหน้าปั๊มทั่วประเทศ หากทุกสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศมีน้ำมันเพียงพอและให้บริการได้ตามปกติ ความมั่นใจของประชาชนจะกลับมาได้ ภาพของสัปดาห์นี้จะเป็นตัวตัดสินสำคัญว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวต่างจังหวัดในปีนี้จะคึกคักหรือไม่ ไม่อย่างนั้นการเดินทางอาจกระจุกตัวอยู่เพียงกลุ่มที่ใช้รถโดยสารสาธารณะหรือผู้ที่เดินทางในระยะใกล้ๆ เท่านั้น
“แนวโน้มการจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สัญญาณในขณะนี้ยังไม่หวือหวาเท่าที่ควร แม้เป็นช่วงสุดท้ายของเดือนมีนาคม และจะเข้าสู่เดือนเมษายนแล้ว แต่บรรยากาศยังคงเงียบอยู่ และพูดได้ไม่เต็มปากว่า สงกรานต์จะคึกคักมากขนาดไหน เพราะตอนนี้เราติดปัญหาหลายอย่างโดยเฉพาะสถานการณ์น้ำมันทั้งปริมาณเพียงพอในการเติมตามหน้าปั๊มหรือไม่ รวมถึงราคาที่สูงขึ้น ทำให้การที่รัฐบาลออกมาประกาศยืนยันว่า จะมีน้ำมันเพียงพอใช้ในช่วงสงกรานต์นี้แน่นอน ก็ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ว่าจะสามารถสร้างความเชื่อมั่นกลับมาได้หรือไม่” นายวิศิษฐ์ กล่าว
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า การค้าขายสินค้าต่างๆ ในประเทศ เมื่อเข้าใกล้ช่วงเทศกาล ปกติแล้วจะมีคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยว และร้านอาหาร แม้ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวปริมาณมากในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก แต่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นแน่นอน ซึ่งสัญญาณในตอนนี้ยังไม่เห็นภาพดังกล่าว ต้องยอมรับว่า ประชาชนมีความกังวลเรื่องราคาน้ำมันและความสะดวกในการเติมน้ำมันเพื่อเดินทางท่องเที่ยวระยะไกลมาก เนื่องจากปกติแล้วเทสกาลสงกรานต์มักเป็นช่วงที่คนใช้หยุดยาวเที่ยวไกลๆ หรือเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งจะเป็นระยะไกลเช่นกัน
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ขณะนี้ภาคธุรกิจกำลังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงสำคัญจากต้นทุนพื้นฐานทั้งราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นกว่า 6 บาทต่อลิตร รวมถึงแนวโน้มการปรับค่าไฟฟ้าที่อาจสูงขึ้นตามต้นทุนราคาน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยหลักในการผลิตและขนส่งสินค้าทุกประเภท โดยเริ่มเห็นสัญญาณชัดเจนจากภาคการขนส่งที่เตรียมขอปรับขึ้นราคาค่าบริการเฉลี่ยประมาณ 20% ทั้งหมดจะสร้างส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ตั้งแต่วัตถุดิบต้นทางถึงการกระจายสินค้าไปยังจุดจำหน่ายทั่วประเทศ ยกตัวอย่างภาคเกษตรกรรม ราคาปุ๋ยจะยังทรงตัวได้อีกประมาณ 1-2 เดือน แต่เริ่มได้รับผลกระทบจากค่าน้ำมันที่ใช้ในเครื่องสูบน้ำแล้ว
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า ตอนนี้รัฐบาลต้องหามาตรการช่วยเหลืออย่างชัดเจน อย่างที่ประกาศออกมาว่าจะช่วยเหลือภาคขนส่ง แต่เมื่อขั้นตอนยังไม่ชัดเจน ขนส่งก็ปรับราคาขึ้น 10% ก่อนแล้ว ทำให้ต้องมีความชัดเจนในมาตรการต่างๆ ทั้งผู้ผลิตในต้นทางก่อนจะล้มหายตายจากไป เพราะในส่วนของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต กระทรวงพาณิชย์จะมีการควบคุมราคาปลายทาง หรือการปรับราคาขึ้นอย่างเข้มงวด แต่ระหว่างทางในการผลิต
หากต้นทุนสูงขึ้น สวนทางกับการที่รัฐบาลมุ่งเน้นควบคุมเพียงแค่ราคาขายปลีกโดยไม่ดูแลต้นทุนต้นทาง อาทิ ราคาน้ำมันดิบ ราคาปุ๋ย หรือวัตถุดิบอื่นๆ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้ประกอบการ โดยหากคุมได้แค่ปลายทางแต่ต้นทางคุมไม่ได้ สุดท้ายผู้ผลิตจะแบกรับภาระไม่ไหวจนต้องเลิกผลิตไป ซึ่งจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ตามมาคือสินค้าขาดแคลน
นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องจับตาวิกฤตสงครามตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบกับการนำเข้าและส่งออกสินค้า โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มปิโตรเคมีและเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่ไทยนำเข้าจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นหลัก
หากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจส่งผลต่อราคาบรรจุภัณฑ์ในประเทศให้ขยับสูงขึ้น ทำให้รัฐบาลต้องวางแผนการรับมือตั้งแต่ตอนนี้ และระยะถัดไปหากมีความยืดเยื้อมากขึ้น อาทิ ภาคการส่งออกที่เดิมคาดหวังให้ตลาดตะวันออกกลางเป็นตลาดทดแทนจากผลกระทบภาษีนำเข้าของสหรัฐ ขณะนี้เริ่มมีข้อจำกัดมากขึ้น
ทำให้ไทยต้องเร่งรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งด้านราคาและต้นทุนในตลาดเดิมที่มีอยู่ให้ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ส่วนแบ่งการตลาดลดลง พยายามผลักดันและกระจายสินค้าไปยังตลาดที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด เหลือทางนี้ทางเดียว จะบอกว่าไปเปิดตลาดใหม่คงไม่มีแล้ว เพราะประเทศอื่นก็คิดเหมือนเราเหมือนกัน
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 30 มีนาคม 2569

