ราคาน้ำมันดิบทรงตัว ตลาดจับตาการเจรจาครั้งใหม่สหรัฐ-อิหร่าน
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่าปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบทรงตัว หลังสหรัฐและอิหร่านกำลังพิจารณาขยายเวลาการหยุดยิงออกไปอีก 2 สัปดาห์ เพื่อให้มีเวลามากขึ้นในการเจรจาข้อตกลงสันติภาพ ขณะที่คนกลางในการเจรจา (Mediator) ยังคงพยายามจัดการเจรจาเพื่อให้เกิดการประนีประนอมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยอิหร่านยืนยันสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเพื่อการใช้งานด้านพลเรือน ขณะที่สหรัฐต้องการห้ามเพื่อป้องกันการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
ขณะที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ส่งสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับ การหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านอย่างต่อเนื่อง โดยผู้นำสหรัฐเผยกับสำนักข่าว ABC News ว่าการขยายระยะเวลาหยุดยิง ซึ่งจะครบกำหนดเดิมในวันที่ 22 เม.ย. 69 อาจไม่มีความจำเป็น พร้อมส่งสัญญาณว่ามีความคืบหน้าที่ใกล้จะบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งที่ดำเนินมากว่า 7 สัปดาห์ สอดคล้องกับท่าทีของผู้นำสหรัฐซึ่งเผยกับสำนักข่าว FoxNews ว่าสงครามใกล้ยุติลงแล้ว

โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 15 เม.ย. 69 อยู่ที่ 91.29 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.01 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 94.93 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.14
คณะผู้แทนจากปากีสถานซึ่งนำโดยผู้บัญชาการทหารบก ได้นำข้อเสนอของสหรัฐเพื่อเข้าหารือกับอิหร่านเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเจรจราครั้งที่สองระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยสำนักข่าว Al Jazeera เผยว่ามีสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับประเด็นข้อขัดแย้งทางด้านนิวเคลียร์
นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังของสหรัฐเผยว่า มาตรการภาษีของสหรัฐจะนำกลับมาบังคับใช้อีกครั้งในช่วงต้นเดือน ก.ค. 69 โดยจะนำมาตรา 301 มาใช้แทน หลังก่อนหน้านี้ศาลฎีกาสหรัฐตัดสินว่ามาตรการภาษีของรัฐบาลสหรัฐขัดต่อรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) เปิดเผยตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 10 เม.ย. 69 ปรับลดลง 0.91 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 463.8 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นราว 1.9 ล้านบาร์เรล
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 16 เมษายน 2569

