เตือน ไวรัสตับอักเสบเอ! ใช้สูตร 4 ประการป้องกันติดเชื้อไม่รู้ตัว
เตือนภัย ไวรัสตับอักเสบเอ! ติดต่อง่ายผ่านการกิน แม้ไม่มีอาการก็แพร่เชื้อได้ แนะใช้สูตร 4 ประการ "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" เพื่อความปลอดภัยจากกรมอนามัย
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของ "ไวรัสตับอักเสบ เอ" (Hepatitis A) ซึ่งสามารถติดต่อได้ง่ายกว่าที่คิดผ่านการบริโภคอาหารและน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อ พร้อมย้ำว่าผู้ติดเชื้อบางรายอาจ "ไม่มีอาการ" แต่สามารถแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่นได้
ไวรัสตับอักเสบ เอ ติดต่อทางไหน?
เชื้อไวรัสชนิดนี้มีการติดต่อหลักผ่าน "ทางปาก" (Fecal-oral route) โดยเกิดจากปัจจัยเสี่ยงดังนี้:
* น้ำไม่สะอาด : การดื่มน้ำหรือใช้น้ำล้างภาชนะที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ
* อาหารดิบ : การรับประทานอาหารปรุงไม่สุก หรืออาหารที่ปนเปื้อนเชื้อ
* ภาชนะสกปรก : ใช้ช้อนส้อมหรือแก้วน้ำร่วมกับผู้ป่วย
* มือสกปรก : การหยิบจับอาหารเข้าปากโดยไม่ได้ล้างมือให้สะอาด

คำเตือน : ในบางรายอาจไม่แสดงอาการป่วยชัดเจน แต่อยู่ในระยะแพร่เชื้อ ซึ่งถือเป็นพาหะที่น่ากลัวในการแพร่กระจายโรคสู่คนใกล้ชิด
4 วิธีป้องกันไวรัสตับอักเสบ เอ (ฉบับทำตามง่าย)
เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างสุขอนามัยที่ดี กรมอนามัยแนะนำให้ยึดหลักปฏิบัติ 3 ข้อหลัก และเสริมความปลอดภัยด้านน้ำดื่ม ดังนี้:
น้ำสะอาด : เลือกดื่มน้ำที่ผ่านการฆ่าเชื้อ (น้ำต้มสุก หรือน้ำดื่มบรรจุขวดที่ได้มาตรฐาน) และล้างภาชนะด้วยน้ำสะอาดเสมอ
* อาหารปลอดภัย (กินร้อน) : รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หลีกเลี่ยงของสุกๆ ดิบๆ
* ใช้ช้อนกลาง : เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อระหว่างรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
* สุขอนามัยดี (ล้างมือ) : ล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
ยกระดับ 4 มาตรการเข้มงวดสำหรับสถานประกอบการ :
สำหรับร้านอาหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรปฏิบัติตามแนวทางเพื่อความปลอดภัยส่วนรวมดังนี้:
* สุ่มตรวจน้ำ/อาหาร : ตรวจสอบการปนเปื้อนของเชื้ออย่างสม่ำเสมอ
* ตรวจคุณภาพน้ำ : เฝ้าระวังระดับคลอรีนในน้ำให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน
* ปรับปรุงสถานที่ : ดูแลความสะอาดของร้านและการระบายอากาศให้ดี
* คัดกรองผู้สัมผัสอาหาร : ผู้ปรุงและเสิร์ฟอาหารควรผ่านการอบรมด้านสุขาภิบาลอาหาร
การป้องกัน ไวรัสตับอักเสบ เอ เริ่มต้นได้ที่ตัวเรา เพียงแค่ "ดื่มน้ำสะอาด อาหารปลอดภัย และมีสุขอนามัยที่ดี" หากมีข้อสงสัยหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย โทร. 02 5904188
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 23 เมษายน 2569

