ยกระดับคัดกรอง-ประเมินความเสี่ยง "ไวรัสฮันตา" ยันไทยยังไม่พบการระบาด
KEY POINTS :
* รัฐบาลยืนยันว่าประเทศไทยยังไม่พบการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา และความเสี่ยงต่อประชาชนยังอยู่ในระดับต่ำ
* กระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและคัดกรองโรคอย่างเข้มข้น ทั้งที่ด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศและในสถานพยาบาล
* กรมควบคุมโรคกำลังประเมินความเสี่ยงและศึกษาความเหมาะสม เพื่อพิจารณากำหนดให้ไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตราย
1 พฤษภาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขได้ติดตามสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus) อย่างใกล้ชิด
ภายหลังองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานการพบผู้ติดเชื้อเชื่อมโยงกับเรือสำราญในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้โดยขณะนี้ประเทศไทยยังไม่พบการระบาดของโรคดังกล่าวและประเมินว่า ความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ
อย่างไรก็ตาม ได้เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวัง ทั้งที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศและระบบเฝ้าระวังภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง
ไวรัสฮันตา มีสัตว์ฟันแทะ เป็นพาหะนำโรค :
นางสาวลลิดา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โรคไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่อที่มีสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูนาและหนูบ้าน เป็นพาหะสำคัญ การติดเชื้อมักเกิดจากการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนปัสสาวะหรืออุจจาระหนูในพื้นที่อับอากาศ ขณะที่การติดต่อจากคนสู่คนพบได้น้อยมากและจำกัดเฉพาะบางสายพันธุ์
สำหรับอาการของโรค ในระยะแรกจะคล้ายไข้หวัด ก่อนที่บางรายอาจมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มียาต้านเฉพาะหรือวัคซีนป้องกันโรค การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ
รัฐบาลได้สั่งการให้กรมควบคุมโรคเพิ่มการเฝ้าระวังผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง โดยประสานข้อมูลร่วมกับสายการบิน ท่าเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแจ้งเตือนหน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศให้เพิ่มการคัดกรองโรคในผู้ที่มีประวัติสัมผัสสัตว์ฟันแทะ
ศึกษาความเหมาะสม-ประเมินความเสี่ยง 'ไวรัสฮันตา' :
นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติยังเห็นชอบให้กรมควบคุมโรคศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดโรคติดเชื้อไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 พร้อมจัดทำการประเมินความเสี่ยง เตรียมความพร้อมระบบเฝ้าระวัง และแนวทางตอบโต้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์
รัฐบาลเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่ใกล้ชิด :
ขณะเดียวกันรัฐบาลขอความร่วมมือประชาชนลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสัตว์ฟันแทะและสิ่งปนเปื้อน โดยหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่อับอากาศที่อาจมีหนูอาศัยอยู่ หากจำเป็นต้องทำความสะอาดพื้นที่เสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงการกวาดหรือดูดฝุ่น และควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อฉีดพ่นก่อนทำความสะอาด รวมทั้งรักษาความสะอาดของบ้านและสถานที่ทำงาน ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของหนู
"รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่อย่างใกล้ชิดแม้ปัจจุบันประเทศไทยยังมีความเสี่ยงต่ำ แต่ได้เตรียมความพร้อมด้านระบบเฝ้าระวัง การคัดกรอง และการสื่อสาร เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง" นางสาวลลิดา รองโฆษกรัฐบาล ระบุ
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 11 พฤษภาคม 2569

