เจาะลึกเขตส่งเสริม EEC ใหม่ ‘อีเทค สมาร์ท พาร์ค’ 2 หมื่นล้าน ดึงบิ๊กเทคตั้งฐาน
✅ KEY POINTS
* บอร์ด EEC เห็นชอบจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษใหม่ “อีเทค สมาร์ท พาร์ค” ที่จังหวัดชลบุรี ด้วยมูลค่าการลงทุนเกือบ 2 หมื่นล้านบาท
* โครงการมุ่งรองรับ 5 อุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก ได้แก่ ยานยนต์สมัยใหม่, อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, การบินและโลจิสติกส์, ดิจิทัล และการแพทย์ครบวงจร
* มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) และอุตสาหกรรมขั้นสูงให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในพื้นที่ EEC
* คาดว่าจะก่อให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ 3,500 - 5,500 อัตราเมื่อโครงการพัฒนาเต็มรูปแบบ และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
การประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ด EEC ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ได้ฤกษ์ประชุมเป็นนัดแรก เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังจากนายกรัฐมนตรี ดึงงานกลับมาดูแลและขึ้นตรงด้วยตัวเอง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยเฉพาะโครงการสำคัญตามนโยบายรัฐบาลที่จำเป็นผลักดันให้เกิดขึ้น
หนึ่งในนั้นคือการจัดเตรียมพื้นที่รองรับการลงทุนของภาคเอกชนโครงการใหญ่ โดยที่ประชุมครั้งนี้ได้เห็นชอบประกาศกำหนดเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม 4 แห่งในพื้นที่ EEC โดยมีโครงการที่น่าสนใจ คือ เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ “อีเทค สมาร์ท พาร์ค” จังหวัดชลบุรี มูลค่าการลงทุนกว่า 19,750 ล้านบาท เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การบินและโลจิสติกส์ ดิจิทัล และการแพทย์และสุขภาพครบวงจร
✅ ดัน 'อีเทค สมาร์ท พาร์ค' เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษใหม่
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล ระบุว่า การประกาศเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ อีเทค สมาร์ท พาร์ค จังหวัดชลบุรี เป็นการดำเนินการตาม พ.ร.บ. อีอีซี ซึ่งกำหนดให้ กพอ. มีอำนาจประกาศกำหนดเขตส่งเสริมฯ ภายในพื้นที่อีอีซี เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้าน หรือ เพื่อส่งเสริมให้เกิดกิจการเกี่ยวเนื่อง หรือเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ ซึ่งที่ผ่านมา กพอ. ได้ประกาศกำหนดเขตส่งเสริมฯ แล้วกว่า 47 แห่ง เนื้อที่ทั้งหมด 148,013 ไร่ 2 งาน 41.51 ตร.ว. ใน 3 จังหวัดอีอีซี
ทั้งนี้การจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ อีเทค สมาร์ท พาร์ค เพิ่มขึ้นมาอีกแห่งจะช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ เพื่อรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษและกิจกรรมเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง และยังช่วยพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศและศูนย์กลางโลจิสติกส์อย่างเป็นระบบ ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
อีกทั้งยังยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน เอื้อต่อการทำงาน การอยู่อาศัย และการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการสร้างการจ้างงานคุณภาพและการพัฒนาทักษะแรงงานในพื้นที่
✅ วงลงทุนเฉียด 2 หมื่นล้าน
รายละเอียดโครงการเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ อีเทค สมาร์ท พาร์ค มีเนื้อที่ประมาณ 610 ไร่ 1 งาน 94 ตารางวา ตั้งอยู่บริเวณ ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ หรือกิจการ ที่เกี่ยวเนื่องหรือเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและส่งเสริม โดยอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษที่รองรับประกอบไปด้วย ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การบินและโลจิสติกส์ ดิจิทัล และการแพทย์และสุขภาพครบวงจร มีวงเงินลงทุน 19,750 ล้านบาท
ทั้งนี้ได้ประเมินประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินโครงการเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ อีเทค สมาร์ท พาร์ค แยกเป็น 3 ระดับ โดยส่วนแรกระดับธุรกิจ คาดว่าจะนำระบบการบริหารจัดการพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมอัจฉริยะมาใช้เพื่อเชื่อมโยงกระบวนการผลิต คลังสินค้า และการขนส่งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขณะที่ผู้ประกอบการภายในโครงการจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนการดำเนินงาน และส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมไปสู่การผลิตที่มีมูลค่า
เพิ่มสูง และการพัฒนาระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะเพื่อสนับสนุนธุรกิจอีคอมเมิร์ซและอุตสาหกรรมโลจิสติกส์สมัยใหม่ การดึงดูดผู้ประกอบการด้านการผลิตขั้นสูง เพื่อยกระดับภาคการผลิตและภาคอุตสาหกรรมของภูมิภาค และส่งเสริมการลงทุนด้านนวัตกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยี
✅ ช่วยจ้างงาน-ท้องถิ่นมีรายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น
ระดับท้องถิ่น คาดว่าจะช่วยจ้างงานโดยตรงในพื้นที่ประมาณ 300 อัตรา โดยนำระบบบริหารจัดการอัจฉริยะและเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงมาใช้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบขนส่งและโลจิสติกส์ในพื้นที่ ลดระยะเวลาขนส่ง และลดปัญหาการจราจร ช่วยกระตุ้นการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น ช่วยเพิ่มงบประมาณในการพัฒนาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ
ส่วนระดับประเทศ สามารถส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูงของประเทศไทย ลดต้นทุนการดำเนินงานของภาคธุรกิจ ส่งผลให้สินค้าและบริการของประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกเพิ่มขึ้น และสนับสนุนการขยายตัวของการส่งออก รวมทั้งดึงดูดการลงทุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการถ่ายทอดเทคโนโลยี
พร้อมทั้งบริหารจัดการทรัพยากรด้วยระบบอัจฉริยะจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร ลดการสูญเสียทรัพยากร และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาอีอีซี และจะช่วยเสริมสร้างประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางด้านการผลิต การค้า และโลจิสติกส์ในภูมิภาค และเมื่อดำเนินการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าจะเกิดการจ้างงาน 3,500 - 5,500 อัตรา
✅ เปิดรับฟังความคิดเห็นแล้ว
ส่วนการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสีย ทางบริษัทผู้เสนอโครงการได้ประชุมกับผู้นำชุมชน ตัวแทนชุมชน หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง โดยเห็นด้วยกับการจัดตั้งเขตส่งเสริมฯ ดังกล่าว แต่มีข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการกำกับดูแลโรงงานในพื้นที่เรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และได้ลงนามบันทึกการเยียวยาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับทาง EECO เรียบร้อยแล้ว
นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EECO) กล่าวว่า การประกาศหลักเกณฑ์เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติมครั้งนี้ ถูกออกแบบให้มีมาตรฐานเทียบเท่านิคมอุตสาหกรรม และบางเงื่อนไขเข้มกว่า เช่น กำหนดให้นำนํ้ากลับมารีไซเคิลได้อย่างน้อย 25% พร้อมมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และติดตามการปฏิบัติตามเงื่อนไขภายหลังการจัดตั้งแล้ว
อย่างไรก็ตามเมื่อโครงการเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ อีเทค สมาร์ท พาร์ค ได้ผ่านการเห็นชอบจากที่ประชุมบอร์ดอีอีซีแล้ว ขั้นตอนต่อไปต้องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบตามมาตรา 11 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2561 ก่อนจะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ให้มีผลบังคับใช้ต่อไป
✅ นายกฯ สั่งผนึก EEC-BOI ดึงการลงทุน
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ได้กำชับว่า การเปิดพื้นที่ลงทุนใหม่ต้องเดินควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการควบคุมมลพิษและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมยํ้าว่าการลงทุนในเขตส่งเสริมต้องสอดคล้องกับกฎหมายหลักของประเทศ ไม่ใช่เร่งลงทุนโดยลดมาตรฐานการกำกับดูแลลง และต้องไม่ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และต้องให้สอดคล้องกับกฎหมายหลักของประเทศ
พร้อมกันนี้นายกฯ ยังมอบแนวทางให้ EECO และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เชื่อมการทำงานกันให้มากขึ้น ลดความแตกต่างของเงื่อนไข ขั้นตอน และช่องว่างระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้นักลงทุนได้รับบริการที่ต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังตัดสินใจเลือกฐานการลงทุนในภูมิภาค ทั้ง AI, Big Tech, โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
รวมถึงอุตสาหกรรมความแม่นยำสูง เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มเข้ามาตั้งฐานในพื้นที่ EEC จึงต้องใช้จุดแข็งของทั้ง BOI และ EEC ทำงานร่วมกัน ไม่แยกส่วน เพื่อรักษาความได้เปรียบของไทยในการแข่งขันดึงเงินลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง
“เป้าหมายสำคัญจากนี้ไม่ใช่เพียงการประกาศเขตส่งเสริมหรือเพิ่มจำนวนโครงการ แต่ต้องทำให้มีเงินลงทุนเกิดขึ้นจริง นักลงทุนสามารถเริ่มกิจการได้เร็วขึ้น และผลจากการลงทุนต้องย้อนกลับมาสร้างงาน สร้างรายได้ รวมถึงเพิ่มโอกาสให้ประชาชนและชุมชนในพื้นที่ EEC มากที่สุดด้วย” นายกฯ ระบุ
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 28 ตุลาคม 2569

