เผยกลาเซียร์ "ฮินดูกูช-หิมาลัย" ละลายเร็วเป็นประวัติการณ์ เสี่ยงสูญเสียมวล 80% ในศตวรรษนี้
สำนักข่าวเอพีรายงานเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน อ้างอิงข้อมูลงานศึกษาวิจัยว่า ธารน้ำแข็งหรือ "กลาเซียร์" บริเวณเทือกเขาฮินดูกูช-หิมาลัย แหล่งกลาเซียร์ที่ใหญ่ที่สุดรองจากขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ กำลังละลายอย่างรวดเร็วในอัตราที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และอาจทำให้กว่า 80% ของมวลธารน้ำแข็งหายไปภายในศตวรรษนี้ หากยังไม่มีการจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างทันทีทันใด
รายงานการศึกษาที่เผยแพร่เมื่อวันเดียวกันจากศูนย์พัฒนาเทือกเขาแบบบูรณาการระหว่างประเทศ (International Centre for Integrated Mountain Development: ICIMOD) เตือนว่า น้ำท่วมฉับพลันและหิมะถล่มจะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในอนาคต และแหล่งน้ำจืดสะอาดที่ได้รับผลกระทบอาจมีอิทธิพลต่อประชากรเกือบ 2 พันล้านคนที่อาศัยอยู่ตามลำน้ำของแม่น้ำ 12 สายที่มีต้นกำเนิดจากภูเทือกเขานี้ โดยน้ำแข็งและหิมะจากเทือกเขาฮินดูกูช-หิมาลัยเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญของแม่น้ำเหล่านั้น ซึ่งไหลผ่าน 16 ประเทศในเอเชีย และเป็นแหล่งน้ำจืดให้กับประชากร 240 ล้านคนบนภูเขาและอีก 1.65 พันล้านคนที่อยู่ปลายน้ำ
“ผู้คนที่อาศัยอยู่ในภูเขาเหล่านี้ซึ่งแทบไม่ได้มีส่วนร่วมอะไรเลยในการก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนกำลังประสบความเสี่ยงสูงเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ” อมีนา มาฮาร์จาน ผู้เชี่ยวชาญด้านการย้ายถิ่นฐานและหนึ่งในผู้เขียนงานวิจัยฉบับนี้กล่าว และว่า “ความพยายามในการปรับตัวในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ และพวกเรากังวลอย่างยิ่งว่าหากไม่มีการสนับสนุนมากกว่านี้ ชุมชนบนเทือกเขาเหล่านี้อาจไม่สามารถรับมือได้”
ทั้งนี้ การศึกษาจำนวนมากก่อนหน้านี้พบว่า “ไครโอสเฟียร์” (Cryosphere) หรือพื้นที่บนโลกที่ปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็ง เป็นบริเวณที่ได้รับผลกระทบเลวร้ายที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการวิจัยล่าสุดยกกรณีศึกษาของธารน้ำแข็งบนยอดเขาเอเวอเรสต์ว่าน้ำแข็งที่สะสมมา 2,000 ปีได้ละลายไปแล้วในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา
การค้นพบที่สำคัญจากรายงานของ ICIMOD คือ การละลายของธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยตั้งแต่ปี 2010 เร็วกว่าในช่วงทศวรรษก่อนหน้าถึง 65% และการลดลงของหิมะที่ปกคลุมเทือกเขาเนื่องจากภาวะโลกร้อนจะส่งผลต่อแหล่งน้ำจืดของประชาชนที่อาศัยอยู่ปลายน้ำ การศึกษายังพบว่าทะเลสาบธารน้ำแข็งกว่า 200 แห่งทั่วเทือกเขากำลังมีอันตราย และภูมิภาคนี้อาจมีน้ำท่วมจากทะเลสาบน้ำแข็งเพิ่มขึ้นอย่างมากภายในสิ้นศตวรรษนี้
นอกจากนี้ การศึกษาพบว่าชุมชนภูเขาได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศมากกว่าส่วนอื่น ๆ ของโลก โดยการเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็ง หิมะ และเพอร์มาฟรอสต์ (Permafrost) หรือชั้นดินเยือกแข็งของเทือกเขาฮินดูกูช-หิมาลัยจากภาวะโลกร้อนนั้น “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและส่วนมากไม่สามารถทำให้กลับไปเป็นเช่นเดิมได้”
ชุมชนชาวเขาหิมาลัยได้รับผลกระทบจากปัญหาทางสภาพอากาศของโลกแล้ว ซึ่งบางครั้งเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน อย่างเช่นเมื่อช่วงต้นปี มีรายงานว่าเมืองโจชีแมธ (Joshimath) บนภูเขาอินเดียเกิดจมตัวลงทำให้ต้องมีการปพยพประชาชนอย่างเร่งด่วน
ผู้เขี่ยวชาญทางสภาพภูมิอากาศโลกจึงเน้นย้ำว่าการทำให้อุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกิน 1.5 องศาเซลเซียสตามความตกลงปารีสปี 2015 จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดในการคงไว้ซึ่งหิมะ น้ำแข็ง และเพอร์มาฟรอสต์ที่หลงเหลืออยู่
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 20 มิถุนายน 2566