เจ้าสัวโลกคึก ดีลลงทุนแสนล้าน จีนไม่กังวลไทยขึ้นค่าแรง ส.อ.ท.ชวนทำอุตฯเจนใหม่
4 พันคนถก-เจ้าสัวโลกคึก ดีลลงทุนแสน ล. "ธนินท์-บิ๊กเนมธุรกิจ" พรึบ จีนไม่กังวลไทยขึ้นค่าแรง ส.อ.ท.ชวนทำอุตฯเจนใหม่
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ฮอลล์ 1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ งานการประชุมนักธุรกิจชาวจีนโลก ครั้งที่ 16 (The 16th World Chinese Entrepreneurs Convention : WCEC) เริ่มต้นแล้วอย่างเป็นทางการ โดยมี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี และ นายเกา หยุนหลง รองประธานสภาที่ปรึกษาการเมืองแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และประธานคณะกรรมการบริหารสหพันธ์อุตสาหกรรมและการค้าแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นประธานในพิธี
โดยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางเฉิน ซวี่ ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการชาวจีนโพ้นทะเลแห่งคณะรัฐมนตรี สาธารณรัฐประชาชนจีน นายเกา เฉวียนชิ่ง ประธานหอการค้าสิงคโปร์-จีน และองค์กรเลขาธิการ WCEC นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน นายธนินท์ เจียรวนนท์ นายกสมาคมนักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และประธานกิตติมศักดิ์ถาวรหอการค้าไทย-จีน ร่วมงาน

นอกจากนี้ ยังมีแขกสำคัญ อาทิ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และ นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย รวมถึงตัวแทนภาคเอกชนทั้งไทยและจีนเข้าร่วมกว่า 4,000 คน บรรยากาศคึกคัก
นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจีนและประเทศพันธมิตรมากกว่า 4,000 คน คาดว่าเฉพาะการจัดงานพื้นที่กรุงเทพฯจะมีเงินสะพัดในระบบกว่า 500 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายดึงต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1 แสนล้านบาท การลงทุนของไทยและจีนที่ต้องจับตาคือยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) เนื่องจากมี 3 ค่ายใหญ่สนใจเข้ามาลงทุนในไทย ที่ผ่านมาหอการค้าไทย-จีนเชิญชวนเข้ามาลงทุนในประเทศต่อเนื่อง ชูจุดเด่นไทยพร้อมเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า เสนอสิทธิพิเศษทางภาษี คาดว่าอีก 5 ปีข้างหน้ารถยนต์อีวีจะเข้ามาแบ่งสัดส่วนในตลาดยานยนต์มากกว่า 50%
นายณรงค์ศักดิ์กล่าวถึงกรณีไทยอยู่ระหว่างจัดตั้งรัฐบาลใหม่ จะทำให้นักลงทุนเป็นกังวลเกี่ยวกับการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในประเทศหรือไม่ว่า เบื้องต้นได้หารือกับนักลงทุนจีนอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับสร้างความเข้าใจว่าไทยมีศักยภาพเพียงพอจะเข้ามาลงทุน ส่วนนโยบายการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของรัฐบาลใหม่ มองว่าอาจต้องปรับขึ้น แต่ควรปรับตามความเหมาะสม ไม่ให้สูงกว่าประเทศคู่แข่ง แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้นักลงทุนจีนยังไม่มีความกังวล
ส่วนนายเกรียงไกรกล่าวว่า ความท้าทายของไทยคือการเข้าสู่สังคมสูงอายุ ปัจจุบันไทยมีประชากรอยู่ที่ 67 ล้านคน แต่ปัจจุบันเราเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์แล้ว เมื่อปี 2565 อัตราของเด็กเกิดใหม่น้อยกว่าอัตราผู้เสียชีวิต คาดว่าปี 2585 ถ้าอัตราการเกิดและการเสียชีวิตยังเป็นเช่นนั้นอยู่ไทยจะเหลือประชากรเพียง 33 ล้านคน อีกหนึ่งปัญหาคือกับดักรายได้ปานกลาง เนื่องจากไทยรับจ้างผลิตเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น ต้องรีบทรานส์ฟอร์มกระบวนการผลิตทั้งหมดของประเทศ โจทย์คือต้องทำให้ไทยมีขีดความสามารถทางการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น ลีนมากขึ้น ต้องทำให้ต้นทุนต่ำที่สุด โดยก้าวไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ (Next-Gen industries) ผ่าน 3 กลไกคือ 1.ดึงการลงทุนจากอุตสาหกรรมอนาคต (S-curve) 2.เดินหน้านโยบายโมเดลเศรษฐกิจสีเขียว (บีซีจี) และ 3.คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เป็นเทรนด์ของอุตสาหกรรมในอนาคต
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 26 มิถุนายน 2566