ถอดรหัส "นักธุรกิจจีนรุ่นใหม่" สืบสานค้าขาย "ชาติมังกร" ยิ่งใหญ่ในตลาดโลก
"ซีพีพีซีซี" ปลุกเลือดรักชาติ สร้างรากฐานจีนสู่ความยิ่งใหญ่ ด้านเศรษฐกิจ การค้าหนุนนักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะล ดัน "เงินหยวน" ขึ้นแท่นสกุลเงินหลักโลก “เซ็นทรัล” อยากเห็นจีนนำโลกการค้าคู่สันติสุข “บีวายดี-เกรทวอลล์ มอเตอร์” ชี้รถยนต์อีวีแดนมังกรติดทำเนียบ Global Brand
ในการประชุมนักธุรกิจชาวจีนโลก ครั้งที่ 16 ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทย มีนักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเลรวมกว่า 4,000 คนตบเท้าเข้าร่วมงาน
ภายในงาน ยังมีการฉายภาพนโยบายของพรรคจือกง 1 ใน 8 พรรคสำคัญซึ่งทำหน้าที่สนับสนุน ให้คำปรึกษาพรรคคอมมินิวสต์แห่งประเทศจีน(CPC) เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจีนให้เติบโตไม่แค่ในประเทศไทย แต่ต้องเป็นมังกรผงาดโลก เอกชนที่ทำหน้าที่จับเคลื่อนธุรกิจในประเทศ และแผ่ขยายอาณาจักรสู่ประเทศไทย เจาะขุมทรัพย์ตลาด สร้างความมั่งคั่ง
“การสืบสานและพันธกิจของนักธุรกิจชาวจีนรุ่นใหม่” เป็นหนึ่งในหัวข้อที่มีการบรรยาภายในงาน จากภาคส่วนต่างๆ

นายหลัว กั๋วอี้ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส คณะกรรมธิการสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีน(CPPCC) และตัวแทนของพรรคจือกง เปิดเผยว่า การจัดประชุมนักธุรกิจชาวจีนพ้นทะเลในประเทศไทย ถือเป็นการสร้างพลังในการสืบสานและพัฒนาธุรกิจของชาวจีนรุ่นใหม่ให้ประจักษ์ในเวทีโลกมากยิ่งขึ้น เพราะในอดีตสมัยที่ตนเองอยู่ต่างประเทศ สัมผัสนักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเล ยอมรับว่ามีอิทธิพลต่อโลก นักลงทุน ชาวต่างชาติค่อนข้างมาก
“เมื่อก่อนชาวจีนอยู่ต่างประเทศมักถูกข่มเหง แต่กว่า 10 ปีมานี้ ชาวจีนมีพลังของตัวเอง รับรู้ถึงศักยภาพของแผ่นดินหรือประเทศแม่มากขึ้น”
หนุนเงิน “หยวน” สู่สกุลเงินหลักโลก :
ปี 2566 ยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมหรือ One Belt One Road(OBOR)ของจีน เดินทางมาครบ 10 ปี การสืบสานและพันธกิจของนักธุรกิจชาวจีน ภายใต้พรรคจือกง จะเดินหน้าสนับสนุนนักธุรกิจจีนโพ้นทะเล ในการพัฒนา ดำเนินธุรกิจ เปิดประตูเชื่อมธุรกิจสู่โลกหรือตลาดต่างๆมากขึ้น โดยใช้จุดแข็งในการสร้างสัมพันธ์กับนักธุรกิจเครือข่ายของพรรคจือกงที่ว่า 60 ล้านคนทั่วโลกสร้างประโยชน์
นอกจากนี้ ยังต้องการผลักกันให้นักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเลมีการใช้เงินหยวนในการค้าขาย เพื่อเป็นสกุลเงินหลักของโลก สอดคล้องกับนโยบาย OBOR ด้วย
“เรามีนักธุรกิจเครือข่ายกว่า 60 ล้านคน ใน 70 กว่าประเทศทั่วโลก มีหน่วยงานต่างๆกว่า 4,000 หน่วยงาน ทุกภาคส่วนมีหน้าที่ร่วมมือ พัฒนาเศรษฐกิจให้แข็งแกร่ง สร้างประโยชน์ ผลักดันนโยบายหลักๆของประเทศจีนให้สำเร็จ หนึ่งในนั้นคือการทำให้เงินหยวนเป็นสกุลเงินหลักของโลก”
รักชาติ พลังสร้าง “จีน” ยิ่งใหญ่ :
ขณะเดียวกัน ภารกิจสำคัญยังต้องเชื่อมโยงชาวจีนในแผ่นดินใหญ่ และชาวจีนโพ้นทะเลให้มีความรักชาติอย่างต่อเนื่อง เพราะถือเป็นศูนย์รวมจิตใจผู้คน และคือพลังอันยิ่งใหญ่ ที่จะทำให้ประเทศจีนสร้างการเติบโต มีศักยภาพมากขึ้น
“เราต้องรักชาติ รักประชาชน เพื่อสร้างสังคมให้เจริญก้าวหน้า และเดินสู่ความยุติธรรมด้วย”

สอดคล้องกับนายหม่า จื้อ อี้ นายกหอการค้ามาเก๊า-จีน กล่าวว่า หนึ่งในการสืบสานและพันธกิจของนักธุรกิจรุ่นใหม่ คือการทำให้คนรุ่นใหม่ รักประเทศชาติ
“เราต้องคิด ทำอย่างไรให้วัยรุ่น คนรุ่นใหม่หนุนยุทธศาสตร์ประเทศ มีความรักชาติ ส่งเสริมรัฐธรรมนูญ”
ส่วนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เจริญก้าวหน้า ยึดถือคำกล่าวของประธานาธิบดี “สีจิ้นผิง” ที่มองว่ามาเก๊าเป็นเมืองขนาดเล็ก แต่มีจุดเด่นด้านความสวยงาม ดังนั้น หอการค้าฯ จึงมองการพัฒนาเมืองใหญ่ยิ่งใหญ่ได้อย่างราบรื่น ภายใต้การปกครองแบบ 1 ประเทศ 2 ระบบ
ขณะที่ยุทธศาสตร์ 1+4 ประกอบด้วย การพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ๆ นอกเหนือจากพึ่งพาการท่องเที่ยว
โดยอุตสาหกรรมที่ให้น้ำหนัก เช่น สาธารณสุข และเทคโนโลยี มีการร่วมมือกับโรงพยาบาลชั้นนำในปักกิ่ง มาเปิดให้บริการที่มาเก๊าในปี 2567 จะทำให้มีห้องปฏิบัติการหรือแล็บระดับชาติ และศูนย์วิจัยยาจีน การพัฒนาเศรษฐกิจ(จีดีพี)ผ่านเขตความร่วมมือกวางตุ้ง – ฮ่องกง – มาเก๊า ตลอดจนการพัฒนาด้านกีฬา วัฒนธรรม เป็นต้น
“มาเก๊ามีจีดีพีค่อนข้างน้อย แต่เราเข้าร่วมเขตความร่วมมือกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊าได้”
“เซ็นทรัล” อยากเห็นจีนนำโลกการค้า ควบคู่สันติสุข :

ศ.กิตติคุณ ดร.สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า การประชุมนักธุรกิจชาวจีนโลก ถือเป็นการรวมพลังครั้งยิ่งใหญ่ของภาคธุรกิจหลังวิกฤติโควิด-19 ระบาด เพื่อสานเป้าหมายต่างๆ แต่การทำธุรกิจในยุคนี้ คนรุ่นใหม่มากับความพรั่งพร้อมในการเป็นผู้ประกอบการ ขณะที่นักธุรกิจจีนกำลังออกไปสู่ตลาดโลกมากขึ้น สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรในการค้าขายให้มีความยั่งยืน พร้อมกับมีส่วนร่วมทำให้โลกมีสันติสุขด้วย
“การประชุมครั้งนี้ นักธุรกิจชาวจีนรุ่นใหม่ มีพลังมหาศาล และส่งต่อกิจการให้ลูกหลานผ่านเครือข่าย สมาคมที่อยู่ แต่อีกด้าน การที่จีนจะนำโลก ต้องการเห็นว่าจะนำโลกไปสู่จุดไหน ซึ่งอาจต่างจากในอดีต และเป็นก้าวสำคัญที่จะร่วมมือกัน"
สำหรับกลุ่มเซ็นทรัล การบุกเบิกธุรกิจค้าปลีก รุ่นพ่อ “เตียง จิราธิวัฒน์” และปู่ต่างหอบเสื่อผืนหมอนใบจากจีนเพื่อมาตั้งรกรากในประเทศไทยเช่นกัน เพราะในอดีตชาวจีนเผชิญความลำบากหลายประการ ทั้งความยากจน สงครามโลก ความขัดแย้งภายในประเทศ เป็นต้น
“สมัยคุณพ่อผม(เตียง จิราธิวัฒน์) เราโชคดีที่ไทยเป็นประเทศเปิดรับ ปกป้องดูแลผู้อพยพ ได้อาศัยร่มพระโพธิสมภาร จากผู้นำ พระมหากษัตย์ ทำให้ตั้งหลักแหล่งค้าขายในประเทศได้”

เซ็นทรัลเริ่มต้นทำกิจการค้าปลีกเล็กๆ และพัฒนาสู่ห้างค้าปลีกรูปแบบห้างสรรพสินค้า ท่ามกลางสงคราม และความเสี่ยงในอดีตด้านการปกครองที่หวั่นไทยอาจเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ลำดับถัดไปในอาเซียน แต่ด้วยเชื่อว่าประเทศปักหลักสู้ และครอบครัวเชื่อว่าไทยจะผ่านเรื่องดังกล่าวได้ ทำให้ยืนหยันจนวันนี้
ขณะที่การดำเนินธุรกิจของเซ็นทรัล จากรุ่นพ่อมีการถ่ายทอดวัฒนธรรมหลายอย่างของจีน เช่น การทำงานร่วมกันอย่างขยันขันแข็ง มีความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ กลายเป็นธรรมาภิบาลของครอบครัว และถือเป็นคุณสมบัติในการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ เติบโตจนถึงขณะนี้
ปัจจุบันกลุ่มเซ็นทรัล กลายเป็นองค์กรระดับโลก เพราะมีธุรกิจค้าปลีกใน 18 ประเทศ 140 เมือง มีห้างร้านให้บริการทุกแบรนด์ ทุกรูปแบบกว่า 4,000 แห่ง มีพนักงานในองค์กรกว่า 80,000 คน แต่รวมพนักงานทั้งหมดราว 4-5 แสนคนทั่วโลก
ในด้านการขยายธุรกิจยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ความท้าทายในโลกอนาคต คือการพัฒนาอย่างยั่งยืน เข้ามามีบทบาทอย่างมาก
“ธุรกิจต้องอยู่ได้ ต้องมีกำไรเลี้ยงพนักงาน องค์กรให้เติบโตก้าวไปข้างหน้า แต่อนาคต การทำธุรกิจต้องมองไกลจากตัวเรา แต่แบ่งปัน สร้างคุณค่า รับผิดชอบโลกใบนี้ให้ยั่งยืนด้วย”
รถยนต์อีวีจีน ขึ้นแท่นแบรนด์โลก :

นายเคอ หยู่ ปิน ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า พันธกิจของบีวายดี มุ่งใช้นวัตกรรม เทคโนโลยี เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คน อย่างหมวดยานยนต์จะลงทุน ผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาากขึ้น อย่างรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรืออีวี
ที่ผ่านมา ความต้องการรถยนต์อีวี ขยายตัวสูงมากทั้งในและจีนตลาดโลก ทำให้บริษัทเข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย ที่จังหวัดระยอง โดยจะมุ่งผลิตรถยนต์อีวีให้แตะ 4.3 ล้านคัน ตอกย้ำการเป็นอันดับ 1 ที่มียอดขายรถอีวีสูงสุดของโลก
เดือนกรกฎาคมนี้ บริษัทยังเตรียมออกรถยนต์อีวีรุ่นใหม่ เข้าทำตลาดในประเทศไทยด้วย หลังสร้างยอดขายบีวายดี อัตโต 3 กว่า 9,300 คัน
ด้านนายไมเคิล ฉง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์อีวีโลกมีการเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์อีวีของจีน มีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว ในการวิจัน ผลิตรถยนต์อีวีให้ทันสมัย เทคโนโลยีมีความชาญฉลาด และสร้างแบรนด์ให้ผงาดในระดับโลกหรือ Global Brand

“เราผลิตรถยนต์อีวีให้เป็นเหมือนเสือบินได้ ไปได้ไกล ไปได้เร็ว และแบรนด์รถยนต์อีวีของจีนกลายเป็นแบรนด์ระดับโลกไปแล้ว โดยแบรนด์จีนถือว่ามีเอกลักษณ์ของตนเอง และการที่บริษัทนำแบรนด์จีนมาสู่ตลาดไทย สร้างโรงงานผลิตในประเทศไทย ยังสอดคล้องกับนโนยบาย One Belt One Road ถึงความร่วมมือในการค้าขาย ลงทุนในอาเซียนด้วย”
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 26 มิถุนายน 2566