ส.อ.ท.จี้ลดค่าไฟงวด ก.ย.-ธ.ค. 66 ลง 45 สตางค์ เหลือหน่วยละ 4.25 บาท
วันที่ 29 มิถุนายน 2566 นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า แนวโน้มค่าไฟงวดสุดท้ายของปีนี้ (ก.ย.-ธ.ค. 2566) ควรลดลงกว่า 10% หรือไม่เกิน 4.25 บาทต่อหน่วย จากงวดปัจจุบันเดือน พ.ค.-ส.ค. 2566 อยู่ที่ 4.70 บาทต่อหน่วย

ทั้งนี้ เนื่องจากส่วนตัวเห็นว่า
1).ปริมาณก๊าซจากอ่าวไทยสูงขึ้น เนื่องจากหลุมเอราวัณทยอยเพิ่มจาก 200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน เป็น 600 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในช่วงปลายปี
2).ปริมาณก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) นำเข้าลดลง
3).ราคาแอลเอ็นจีสปอต (ตลาดจร) ลดลงมากกว่า 30% ราคาไม่เกิน 14 เหรียญสหรัฐต่อล้านลูกบาศก์ฟุต จาก 20 เหรียญสหรัฐต่อล้านลูกบาศก์ฟุต
4).ราคาพลังงานโลก มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และ
5).หนี้ของการไฟฟัาฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ทั้งงวด ม.ค.-เม.ย. 2566 และงวด พ.ค.-ส.ค. 2566 ที่ผ่านมา ลดลงเร็วกว่าแผน เพราะต้นทุนจริงของแอลเอ็นจีต่ำกว่าที่เรียกเก็บค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที)
ส่วนปัจจัยลบมีแค่เรื่องค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ดังนั้น สิ่งที่เอกชนและประชาชนอยากเห็นในการบริหารค่าไฟฟ้าที่ยึดประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้งด้วยภาระค่าเอฟที เป็นระบบคอสพลัสผลักเป็นภาระผู้บริโภค

นายอิศเรศกล่าวว่า ดังนั้น ภาครัฐในทุกระดับควรมีแนวทางบริหารจัดการ
1).ฝั่งนโยบายควรให้แนวทางบริหารที่เหมาะสม ในแต่ละสถานการณ์ อาทิ การแก้ปัญหาโอเวอร์ซัพพลายโรงไฟฟ้า, ปลดล็อกด้านกฎระเบียบ โดยเฉพาะโซลาร์ และการเร่งจัดหาแอลเอ็นจีก่อนหน้าหนาวในยุโรป
2).ฝั่งผู้ควบคุมควรประสานผู้เกี่ยวข้องอย่างทั่วถึง และเปิดเผยข้อมูล อาทิ สมมติฐาน ต้นทุนต่าง ๆ ในการคำนวณเอฟที รวมทั้งพิจารณาการคาดการ์ต้นทุนที่เร็วกว่ารอตามงวด 4 เดือน
3).ฝั่งผู้ปฏิบัติการ ควรมีส่วนร่วมบริหารแบบทีมเดียวกัน เพื่อช่วยแก้ปัญหาด้านพลังงาน ค่าไฟฟ้าของประเทศให้ดีที่สุด รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบตามหลักธรรมาภิบาล
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 29 มิถุนายน 2566