"ยูเอ็น" จ่อจัดประชุมสุดยอดปัญญาประดิษฐ์ระดับโลก 6-7 ก.ค.นี้ หวังคุมศักยภาพ "เอไอ"
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมว่า องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เตรียมจัดการประชุมสุดยอดระดับโลกด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่มีชือว่า "AI for Good Global Summit" เพื่อวางขอบเขตและควบคุมศักยภาพของเทคโนโลยีดังกล่าวในการเพิ่มขีดความสามารถของมนุษยชาติ
ประชุมสุดยอดดังกล่าวจะถูกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 7 กรกฎาคม ณ นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งจะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมจำนวนมาก ซึ่งรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีราว 3,000 คน จากบริษัทชื่อดัง อาทิ ไมโครซอฟท์ และแอมะซอน รวมถึงมหาวิทยาลัยและองค์การระหว่างประเทศอื่นๆ โดยยูเอ็นหวังที่จะวางโครงร่างพิมพ์เขียวที่ชัดเจนในการดำเนินงานด้านเอไอต่อไปในอนาคต เนื่องจากพัฒนาการของปัญญาประดิษฐ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนอาจล้ำหน้าความสามารถในการกำหนดขอบเขตเทคโนโลยีนี้
“เทคโนโลยีนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว” ดอรีน บ็อกแดน-มาร์ติน เลขาธิการของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) หน่วยงานด้านเทคโนโลยีข้อมูลสารสนเทศของยูเอ็นกล่าว และว่า “นี่จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับกระบอกเสียงสำคัญในด้านเอไอระดับโลกที่จะมารวมตัวกันในเวทีนานาชาติและรับมือกับปัญหาการกำกับดูแลต่างๆ”
บ็อกแดน-มาร์ตินย้ำด้วยว่า “การนิ่งนอนใจไม่ใช่ทางเลือก มนุษยชาติขึ้นอยู่กับมัน ดังนั้นพวกเราต้องมีปฏิสัมพันธ์และพยายามที่จะสร้างอนาคตที่รับผิดชอบสำหรับเอไอ”
โดยผู้เข้าร่วมงานประชุมนี้ประกอบด้วย เวอร์เนอร์ โวเกลส์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยีของแอมะซอน, ไลลา อิบราฮิม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Google DeepMind และอิเกร์ กาซิยัส อดีตกัปตันทีมฟุตบอลสเปนซึ่งประสบภาวะหัวใจวายในปี 2019 และกลายเป็นผู้สนับสนุนให้ใช้เอไอในการป้องกันโรคหัวใจในปัจจุบัน
อีกทั้งงานดังกล่าวจะมีการแสดงหุ่นยนต์อีกมากมาย อาทิ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ อย่าง Ai-Da หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ปัญญาประดิษฐ์ด้านศิลปะ Ameca หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ที่ทันสมัยมากที่สุดในโลก Desdemona หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์นักร้องเพลงร็อก และ Grace หุ่นยนต์ด้านดูแลสุขภาพที่ทันสมัยที่สุด
ทั้งนี้ ITU ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครเจนีวา รู้สึกได้ว่าสามารถนำประสบการณ์ของตนมาใช้ในการกำกับดูแลเอไอได้ โดยการประชุมสุดยอดของยูเอ็นนี้ต้องการระบุวิธีการใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อพัฒนาเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของยูเอ็นในประเด็นต่างๆ เช่น สุขภาพ สภาพภูมิอากาศ ความยากจน ความหิวโหย และน้ำสะอาด
บ็อกแดน-มาร์ตินย้ำว่า เอไอจะต้องไม่เพิ่มความรุนแรงให้กับความไม่เท่าเทียมกันทางสังคมหรือนำเสนออคติเกี่ยวกับเชื้อชาติ เพศ การเมือง วัฒนธรรม ศาสนา หรือความมั่งคั่ง
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ผู้สนับสนุนเอไอยกย่องเทคโนโลยีนี้ว่าสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้หลายมิติ ตั้งแต่การทำงาน การดูแลสุขภาพ และงานด้านความคิดสร้างสรรค์ ยังมีคนอื่นๆ กังวลว่าศักยภาพของมันอาจบ่อนทำลายประชาธิปไตย
ก่อนหน้านี้ ฝ่ายนิติบัญญัติของรัฐสภายุโรปได้ลงคะแนนเสียงรับรองร่างกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ซึ่งแนวโน้มที่ร่างกฎหมายนี้จะเป็นกฎหมายควบคุมเทคโนโลยีเอไอฉบับแรกของโลก ภายหลังการเปิดตัวของแชตจีบีที (ChatGPT) แชตบอทปัญญาประดิษฐ์ที่ชาญฉลาดของบริษัท OpenAI ที่เขย่าวงการเอไอและกระตุ้นการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวอย่างรวดเร็ว
ที่มา มติชนออนไลน์