หอค้าไทยเตรียมแล้ว พร้อม 4 เรื่องเสนอครม.ใหม่ เป็นกลไกแก้หนี้ครัวเรือนทั้งระบบ
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผบว่า หอการค้าฯ เห็นสัญญาณหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาทั้งในกลุ่มของภาคครัวเรือน และในกลุ่มของผู้ประกอบการ ซึ่งพัวพันกับปัญหาในช่วงวิกฤตโควิด-19 ต่อเนื่องมาจนถึงปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งหากไม่เร่งแก้ปัญหาในระยะเร่งด่วนจะกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และในระยะยาวอาจจะกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ
ทั้งนี้ หอการค้าฯ ได้มีการพูดคุยกับ สมาชิก ผู้ประกอบการ เครดิตบูโร และสถาบันทางการเงิน เพื่อหาแนวทางและมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการให้เหมาะสมกับสถานการณ์นี่ และจะต้องพุ่งเป้าในกลุ่มที่สามารถทำได้ก่อนทันที ดังนี้
1)ลูกหนี้ รหัส 21 (เป็นหนี้เสียจากสถานการณ์โควิด-19) ทั้งบุคคลธรรมดา และนิติบุคคล ซึ่งถือว่าเป็นลูกหนี้ที่มีศักยภาพ อาจจำเป็นต้องช่วยเสริมสภาพคล่องในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็น NPL ได้มาก โดย ธปท.และสถาบันทางการเงินต้องมีการหารือในรายละเอียดเพื่อผ่อนคลายกฎเกณฑ์บางอย่าง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้เร็วที่สุด
2)เร่งจัดการปัญหาหนี้เดิมของประชาชน โดยเฉพาะหนี้ที่อาจไม่สร้างรายได้ (non-productive loan) เช่น การกู้ยืมมาเพื่ออุปโภคบริโภคในรูปแบบใช้แล้วหมดไป ซึ่งหนี้ลักษณะนี้มีสัดส่วนที่มากที่สุด ต่างจากหลายประเทศที่มีสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ใกล้เคียงกับไทยอย่าง สหรัฐ ญี่ปุ่น อังกฤษ ที่ส่วนใหญ่เป็นหนี้หรือสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยซึ่งสามารถสร้างรายได้ต่อได้ ดังนั้นในส่วนนี้ภาครัฐจำเป็นต้องมีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีปัญหา ทั้งการให้ความรู้ทางการเงิน การขยายช่องทางการเข้าถึงการให้คำปรึกษาและวางแผนการชำระหนี้ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการแล้ว แต่จำเป็นต้องสร้างการรับรู้เพื่อให้ลูกหนี้ได้เข้าถึงมากขึ้น
3)ในส่วนของสถาบันการเงินต่าง ๆ ก็จำเป็นที่จะต้องออกแบบสินเชื่อที่เหมาะสมกับลูกหนี้แต่ละประเภทให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ดอกเบี้ยเหมาะสม เพื่อมีเงินหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ และวัตถุประสงค์อื่นๆ โดยมีแนวทางจูงใจช่วยให้ลูกหนี้ชำระหนี้ได้ตามกำหนดและไม่สะสมยอดหนี้ จนเป็นภาระทางเงินในอนาคต
4)ต้องเร่งหารือ มาตรการช่วยเหลือที่เกี่ยวข้องกับการลดค่าใช้จ่ายของประชาชนและผู้ประกอบการ ทั้งเรื่องค่าพลังงาน ค่าน้ำ-ไฟฟ้า เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและต้นทุนต่าง ๆ ในช่วงนี้
“หอการค้าฯ ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อออกแบบกลไกการแก้ไขปัญหาทั้งระบบ ซึ่งต้องอาศัยทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน แก้ไขไปพร้อมๆ กัน โดยทำงานล่วงหน้าไม่รอการตั้งรัฐบาล เมื่อได้รัฐบาลแล้วจะได้มีข้อเสนอทันที” นายสนั่น กล่าว
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 4 กรกฏาคม 2566