ส่งออกผ่านจุดต่ำสุด หดตัว 4.6%
กระทรวงพาณิชย์ได้แถลงการส่งออกของประเทศไทยในเดือนพฤษภาคม 2566 มีมูลค่า 24,340.9 ล้านเหรียญสหรัฐ (830,448 ล้านบาท) หรือหดตัวลงร้อยละ 4.6 แต่ถ้าหากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน-ทองคำ-ยุทธปัจจัยออกไปแล้ว การส่งออกจะหดตัวร้อยละ 1.4 โดยการส่งออกไทย 5 เดือนแรก หดตัวร้อยละ 5.1 และเมื่อหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัยออกไปจะหดตัวร้อยละ 2.1
เมื่อพิจารณาลงไปในรายหมวดสินค้าพบว่า มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 16.3 (YOY) หดตัวในรอบ 4 เดือน และเป็นการหดตัวจากสินค้าเกษตรสูงถึงร้อยละ 27.0 ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 0.6
แต่ยังมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ น้ำตาลทราย ขยายตัวร้อยละ 44.3 ข้าว ขยายตัวร้อยละ 84.6 เครื่องดื่ม ขยายตัวร้อยละ 10.3 ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง ขยายตัวร้อยละ 55.5 ผักกระป๋องและผักแปรรูป ขยายตัวร้อยละ 28.9
ส่วนสินค้าสำคัญที่ส่งออกหดตัวลง อาทิ ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็งและแห้ง หดตัวร้อยละ 54.8 , ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง หดตัวร้อยละ 41.7, ยางพารา หดตัวร้อยละ 37.2, อาหารสัตว์เลี้ยง หดตัวร้อยละ 23.8, ไขมันน้ำมันจากพืชและสัตว์ หดตัวร้อยละ 63.0 ทั้งนี้ใน 5 เดือนแรกของปี 2566 การส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรหดตัวร้อยละ 1.3
มูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 1.5 (YOY) หรือกลับมาขยายตัวในรอบ 8 เดือน โดยมีสินค้าสำคัญที่ขยายตัว อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 8.3, เครื่องปรับอากาศส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 10.2, อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ไดโอด ขยายตัวร้อยละ 87.7, หม้อแปลงไฟฟ้าส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 53.7 รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 22.9
ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมสำคัญที่หดตัว อาทิ สินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน หดตัวร้อยละ 26.8, เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ หดตัวร้อยละ 4.8, ผลิตภัณฑ์ยาง หดตัวร้อยละ 6.0, เครื่องโทรศัพท์และอุปกรณ์ หดตัวร้อยละ 34.7, ทองแดงและของทำด้วยทองแดง หดตัวร้อยละ 21.2 หดตัวต่อเนื่อง 8 เดือน ทั้งนี้ 5 เดือนแรกของปี 2566 การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมหดตัวร้อยละ 5.4
มีข้อน่าสังเกตว่า การส่งออกไปตลาดสหรัฐกลับมาขยายตัวร้อยละ 4.2 แต่ 5 เดือนแรกหดตัวร้อยละ 3.3 ตลาดจีน กลับมาหดตัวร้อยละ 24.0 ถ้านับ 5 เดือนแรกของปี 2566 หดตัวร้อยละ 5.5 ตลาดญี่ปุ่น หดตัวร้อยละ 1.8 (หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน) 5 เดือนแรกของปี 2566 หดตัวร้อยละ 2.0 ตลาดอาเซียน (5) ขยายตัวร้อยละ 0.1 หรือกลับมาขยายตัวในรอบ 4 เดือน 5 เดือนแรกของปี 2566 หดตัวร้อยละ 5.0 ตลาด CLMV หดตัวร้อยละ 17.3 (หดตัวต่อเนื่อง 7 เดือน) 5 เดือนแรกของปี 2566 หดตัวร้อยละ 10.9 ตลาดสหภาพยุโรป (27) ขยายตัวร้อยละ 9.5 (กลับมาขยายตัวในรอบ 3 เดือน) 5 เดือนแรกของปี 2566 หดตัวร้อยละ 1.0
ตลาดเอเชียใต้ หดตัวร้อยละ 25.2 (หดตัวต่อเนื่อง 10 เดือน) 5 เดือนแรกของปี 2566 หดตัวร้อยละ 15.0 ตลาดทวีปออสเตรเลีย ขยายตัวร้อยละ 11.4 (ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน) 5 เดือนแรกของปี 2566 หดตัวร้อยละ 6.2 ตลาดตะวันออกกลาง กลับมาขยายตัวร้อยละ 11.2 แต่ 5 เดือนแรกของปี 2566 ขยายตัวร้อยละ 7.9 ตลาดแอฟริกา กลับมาขยายตัวร้อยละ 7.9 แต่ 5 เดือนแรกของปี 2566 ขยายตัวร้อยละ 1.2
ตลาดละตินอเมริกา หดตัวร้อยละ 7.0 (หดตัวต่อเนื่อง 2 เดือน) 5 เดือนแรกของปี 2566 หดตัวร้อยละ 2.6 ตลาดรัสเซียและกลุ่มประเทศ CIS ขยายตัวร้อยละ 97.7 (ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน) 5 เดือนแรกของปี 2566 ขยายตัวร้อยละ 28.6 และตลาดสหราชอาณาจักร ขยายตัวร้อยละ 5.9 (ขยายตัวต่อเนื่อง 3 เดือน) 5 เดือนแรกของปี 2566 ขยายตัวร้อยละ 11.6
ด้านสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย แสดงความเห็นว่า การส่งออกไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยมองว่า ตัวเลขการส่งออกในเดือนมิถุนายนจะดีขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญยังคงฟื้นตัวช้า โดยหดตัวลงถึงร้อยละ 24
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 9 กรกฏาคม 2566