"หอการค้า" ชี้ส่งออกเสี่ยงติดลบรุนแรงรอบ 3 ปี หากรัฐบาลตั้งล่าช้าเกิน ส.ค.นี้
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ทิศทางการส่งออกไทยครึ่งหลังปี 2566 ภายใต้การเมืองที่ไม่แน่นอนนั้น จากปัญหาเศรษฐกิจโลกและปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ทำให้ประเทศไทยต้องมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อขับเคลื่อนภาคการส่งออกต่อไป แบ่งฉากทัศน์เป็น 2 กรณีคือ 1.หากเดือนสิงหาคมนี้มีรัฐบาลใหม่ได้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองจะลดลง ทิศทางส่งออกไทยจะติดลบ 1.2% ถือเป็นการหดตัวในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา มีค่าเฉลี่ยในกรอบติดลบ 1.8% หรือบวก 0.8% คิดเป็นมูลค่าการส่งออกของไทยไปตลาดโลกในปี 2566 จะมีมูลค่าเท่ากับ 283,738 ล้านเหรียญสหรัฐ
นายอัทธ์กล่าวว่า 2.หากยังไม่มีรัฐบาลใหม่เข้ามาในเดือนสิงหาคมนี้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังคงอยู่หลังเดือนสิงหาคมต่อไป จะทำให้การส่งออกติดลบมากขึ้นประมาณ 2.5% คิดเป็นมูลค่าการส่งออกของไทยไปตลาดโลกในปี 2566 จะมีมูลค่าเท่ากับ 279,891 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะไม่มีผู้รับผิดชอบประเทศโดยตรงและเข้ามาขับเคลื่อนทิศทางการส่งออก จากปัญหาภายนอกประเทศไทยรุนเร้ามากอยู่แล้ว มีค่าเฉลี่ยในกรอบติดลบ 1.9-3.1%
“ครึ่งแรกของปี 2566 (มกราคม-มิถุนายน) ภาคการส่งออกติดลบแล้ว 5.1% ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลังนี้ (กรกฎาคม-ธันวาคม) ก็มี 2 ทิศทางที่มองภาพไว้ หากมีรัฐบาลใหม่เข้ามาดูแลรับผิดชอบการค้าระหว่างประเทศ มีโอกาสที่ส่งออกไทยจะกลับมาเป็นบวกได้ที่ 3.1% แต่หากไม่มีรัฐบาลลากยาวหลังเดือนสิงหาคมนี้ จะทำให้ส่งออกบวกได้เพียง 0.3%” นายอัทธ์กล่าว
นายอัทธ์กล่าวด้วยว่า สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ประเมินได้ขณะนี้มี 7 เรื่อง คือ 1.เศรษฐกิจโลกและคู่ค้าสำคัญชะลอตัว 2.เศรษฐกิจจีนอาจโตไม่ถึง 5% เหมือนที่เคยมองไว้ 3.การเมืองที่ยังไม่ชัดเจนจากการจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้า 4.อัตราการว่างงานของประเทศคู่ค้าที่สูงขึ้น 5.ค่าเงินที่ผันผวนจากอัตราดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐที่ทรงตัวในระดับสูงและมีโอกาสปรับขึ้น 6.เอลนิโญส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าเกษตร และ 7.ราคาน้ำมันดิบอาจปรับตัวสูงขึ้นจากการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปค รวมถึงมีปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ 1.ต้นทุนการผลิตที่สูง เช่น ค่าไฟฟ้า พลังงาน และค่าจ้าง 2.Inflation หรือ Disinflation 3.ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ 4.สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ และ 5.การลดการพึ่งพิงเงินสกุลดอลลาร์ (De-Dollarization)
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 19 กรกฏาคม 2566