ยอดส่งออกจีนเดือน ก.ค. ร่วงแรง ต่ำสุดในรอบ 3 ปี เซ่นพิษอุปสงค์โลกซบเซา
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม อ้างอิงสถิติทางการของจีนว่า ยอดการส่งออกเดือนกรกฎาคมของจีนปรับตัวลดลงมากที่สุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2020 ในขณะที่ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกนี้ดิ้นรนที่จะรับมือกับเศรษฐกิจที่ซบเซาตัวทั้งภายในประเทศและในระดับโลก
ข้อมูลจากหน่วยงานศุลกากรของจีนเผยว่า ยอดขายสินค้าจีนไปยังตลาดต่างประเทศในเดือนที่แล้วหดตัวลง 14.5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการลดลงครั้งที่ 3 ติดต่อกัน อีกทั้งตัวเลขดังกล่าวยังมากกว่าที่คาดไว้และรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ปี 2020 ซึ่งมียอดการส่งออกลดลง 17.2% เนื่องจากเศรษฐกิจหยุดชะงักในช่วงสัปดาห์แรกเริ่มของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะที่สถิติการส่งออกประจำเดือนมิถุนายนก็ลดลงเช่นกันที่ 12.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
แม้ว่าจะมีการฟื้นตัวในช่วงสั้นๆ เมื่อเดือนมีนาคมและเมษายนที่ผ่านมา แต่ภาพรวมการส่งออกของจีนยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2022 โดยมีความวิตกกังวลในเรื่องเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ประกอบกับภาวะอัตราเงินเฟ้อสูงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อุปสงค์ต่อผลิตภัณฑ์ของจีนในตลาดโลกอ่อนตัวในช่วงเดือนที่ผ่านมา
หน่วยงานศุลกากรของจีนกล่าวว่า การส่งออกไปยังสหภาพยุโรปในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2023 อยู่ที่ 2.08 ล้านล้านหยวน หรือกว่า 10 ล้านล้านบาท ลดลง 2.6% ขณะที่การนำเข้าในเดือนกรกฎาคมก็ลดลงเป็นเดือนที่เก้าติดต่อกัน โดยหดตัว 12.4% ซึ่งเป็นสัญญาณของอุปสงค์ในประเทศที่ซบเซา
นอกจากนี้ เศรษฐกิจจีนยังขยายตัวเพียง 0.8% ในไตรมาสที่ 2 ช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน ในขณะที่อัตราการว่างงานของเยาวชนพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่มากกว่า 20% ส่วนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ที่เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญของผลผลิตภาคอุตสาหกรรมประจำเดือนกรกฎาคม อยู่ที่ 49.3 ต่ำกว่าตัวเลขเกณฑ์ 50 ที่แบ่งระหว่างการขยายตัวและการหดตัว
เช่นเดียวกับภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศที่ประสบภาวะปั่นป่วน จากการที่เหล่าผู้พัฒนารายใหญ่ล้มเหลวที่จะก่อสร้างโครงการบ้านจัดสรรให้เสร็จสิ้น จนผู้ซื้อบ้านก่อการประท้วงและการคว่ำบาตรจำนอง
ตัวเลขการค้าเหล่านี้จึงเป็นตัวบ่งชี้ล่าสุดว่าคลื่นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีนหลังโควิดชะงักงันแล้ว
ทั้งนี้ กรมการเมืองแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน (โปลิตบูโร) ได้เตือนว่าเศรษฐกิจประเทศกำลังเผชิญกับความยากลำบากและความท้าทายใหม่ๆ รวมถึงอันตรายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในภาคส่วนสำคัญ
เมื่อเดือนที่แล้ว คณะมนตรีแห่งรัฐ (State Council) ของจีนได้ออกแผนพัฒนาเศรษฐกิจ 20 ข้อ เพื่อกระตุ้นการบริโภครอบด้าน ทั้งในภาคที่อยู่อาศัย วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น รถยนต์ไฟฟ้า
ขณะที่ธนาคารกลางของจีนยังได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงหลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจ และบรรลุเป้าหมายการเติบโตของปักกิ่งราว 5% ในปีนี้ ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในตัวเลขความคาดหวังที่ต่ำที่สุดในรอบหลายทศวรรษของจีนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นยักษ์ใหญ่แห่งเอเชีย อย่างไรก็ดี นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง กลับเตือนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะบรรลุเป้าหมายนี้
ที่มา มติชนออนไลน์
วันที่ 8 สิงหาคม 2566