แหล่งผลิตอาเซียนปรับตัว "ดึงดูด-รักษา" แรงงานหนุ่มสาว
แหล่งผลิตอาเซียนปรับตัว "ดึงดูด-รักษา" แรงงานหนุ่มสาว ขณะที่ไนกี้ ผู้ผลิตรองเท้ากีฬาส่วนใหญ่ในเอเชียประกาศในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมาว่า ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นเพราะค่าใช้จ่ายด้านแรงงานแพงขึ้น
เว็บไซต์วอลล์สตรีท เจอร์นัล นำเสนอรายงานว่าด้วยเรื่องการเร่งปรับตัวของโรงงานผลิตในเอเชีย เพื่อรับมือกับช่วงขาลงของการเป็นโรงงานผลิตขนาดใหญ่ของโลก ที่มีต้นทุนแรงงานถูก โดยระบุว่า ขณะนี้บรรดาโรงงานผลิตในประเทศต่างๆทั่วภูมิภาคเอเชียพยายามดึงดูดแรงงานหนุ่มสาวให้เข้าไปทำงานด้วย โดยใช้กลยุทธ์และแรงจูงใจต่างๆ แต่เรื่องนี้ในอีกมุมหนึ่ง ก็ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับผู้บริโภคตะวันตกที่คุ้นชินกับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ราคาถูกจากเอเชีย
เช่นโรงงานผลิตแห่งหนึ่งที่่ติดกระจกใส ตั้งแต่เพดานถึงพื้น พร้อมุมนกาแเล็กๆ ฟที่เสิร์ฟชาเขียรสชาติดี มีการฝึกโยคะฟรี และห้องสอนการเต้นรำโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และทุกๆเดือน พนักงานจะมารวมตัวกันเพื่อสังสรรค์ด้วยการดื่มเบียร์ ,เล่นโก-คาร์ท ,โยนโบว์ลิ่ง และพูดคุยกันถึงเรื่องการสร้างทีม
อย่าเข้าใจผิดว่าที่บรรยายมาทั้งหมดคือ สภาพแวดล้อมภายในบริษัทกูเกิล ไม่ใช่ แต่เป็นโรงงานผลิตสิ่งทอแห่งหนึ่งในเวียดนาม
เอเชีย ซึ่งถือเป็นโรงงานผลิตของโลกและแหล่งสินค้าที่ผู้บริโภคชาวอเมริกันนิยมซื้อหามากที่สุด กำลังเจอปัญหาใหญ่ คือ คนหนุ่มสาวที่ถือเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่อยากทำงานในโรงงาน
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าเพราะเหตุใดโรงงานผลิตสิ่งทอจึงพยายามปรับปรุงโรงงานผลิตให้มีความน่าสนใจและดึงดูดใจบรรดาแรงงานหนุ่มสาว และทำไมจึงเป็นเหมือนสัญญาณเตือนไปยังบรรดาบริษัทตะวันตกที่พึ่งพาแรงงานราคาถูกของภูมิภาคให้ผลิตสินค้าเพื่อผู้บริโภคทั่วโลกในราคาที่เอื้อมถึง ทำให้ชาวอเมริกันที่คุ้นเคยกับเสื้อผ้าแฟชันและทีวีจอแบนราคาไม่แพงเตรียมเจอกับสินค้าทั้งสองประเภทที่แพงมากขึ้น
"ไม่เหลืออะไรในโลกที่สามารถให้สิ่งที่คุณต้องการได้ ผู้คนต่างก็ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของตัวเอง และแบรนด์ก็ต้องเปลี่ยนเหมือนกัน” พอล นอริส นักธุรกิจชาวอังกฤษผู้ร่วมก่อตั้ง UnAvailable โรงงานผลิตสิ่งทอในเวียดนามที่มีฐานดำเนินงานอยู่ในโฮจิมินห์ ซิตี้ กล่าว
นอริส กล่าวด้วยว่า คนงานในวัย 20 ซึ่งเป็นแรงงานทั่วไปในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเพิ่งเข้ามาทำงานได้แค่สองปี ไม่เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมของบริษัท ซึ่งนอริส หวังว่า การปรับปรุงที่ทำงานให้พนักงานรู้สึกผ่อนคลายและอยากทำงานมากขึ้นจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
“ทุกคนอยากเป็นคนดังในอินสตาแกรม ช่างภาพ สไตลิสต์ หรือทำงานที่คอฟฟีช็อป”นอริส กล่าว
ในการตอบสนองต่อวิกฤติที่เกิดขึ้น โรงงานผลิตในเอเชียต้องเพิ่มค่าแรงและใช้กลยุทธ์บางกลยุทธ์ที่บางครั้งก็เพิ่มต้นทุนให้บริษัทเพื่อรักษาแรงงานเอาไว้ ซึ่งกลยุทธ์ที่ว่ามีตั้งแต่ปรับลดค่าอาหารในโรงอาหารไปจนถึงสร้างโรงเรียนสอนและดูแลเด็กให้แก่บรรดาพนักงานที่มีลูก
เพื่อดึงดูดและรักษาพนักงานหนุ่มสาวไว้กับโรงงาน UnAvailable ได้จัดตั้งร้านกาแฟ พร้อมทั้งเสนอการฝึกโยคะและเปิดคลาสสอนเต้นรำโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแก่พนักงานทุกคน
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 10 สิงหาคม 2566