ตั้งรัฐบาลช้า หนี้ครัวเรือนพุ่ง สินค้าจีนถล่มผลิตทรุด ดัชนีอุตฯร่วงต่ำสุดรอบ 10 เดือน
จัดตั้งรัฐบาลล่าช้า หนี้ครัวเรือนพุ่ง สินค้าจีนถล่มผลิตทรุด ดัชนีอุตสาหกรรม ก.ค. 2566 อยู่ที่ 92.3 ปรับตัวต่ำสุดในรอบ 10 เดือน สอท.ชง 4 ข้อเสนอรัฐบาล ภาคเอกชนรับได้ "ผยง ศรีวณิช" นั่งขุนคลัง
วันที่ 16 สิงหาคม 2566 นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน ก.ค. 2566 อยู่ที่ระดับ 92.3 ปรับตัวลดลงจากก่อนหน้าอยู่ที่ระดับ 94.1 ซึ่งต่ำสุดในรอบ 10 เดือน เนื่องจากภาคการผลิตและอุปสงค์สินค้าชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า
ทั้งนี้ จากการศึกษาเจาะลึกถึงทิศทางการส่งออกของไทยจากสมาชิก 45 กลุ่มพบว่า ช่วงครึ่งแรกของปีนี้ 10 อุตสาหกรรมส่งออกหลักของไทยติดลบ 7 อุตสาหกรรม ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์ยาง น้ำมันสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก เครื่องจักรกล เคมีภัณฑ์
ขณะที่การค้าชายแดนไทยกับเพื่อนบ้าน 4 ประเทศครึ่งปีแรกส่งออกมูลค่าลดลง 6.95% ถือเป็นสัญญาณไม่ดีนัก และสินค้าจีนที่เป็นคู่แข่งตอนนี้กำลังทะลักมาในประเทศเพิ่มอีก ปัญหานี้เป็นเรื่องที่ต้องรีบแก้
ทั้งนี้ สาเหตุที่ดัชนีความเชื่อมั่นปรับลดลงเป็นผลมาจากปัจจัยเสี่ยงในประเทศมาจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้กำลังซื้อของครัวเรือนอ่อนแอลง ส่งผลต่อความต้องการบริโภคสินค้าอุตสาหกรรมลดลง อัตราดอกเบี้ยอยู่ในทิศทางขาขึ้น ทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น
“สถานการณ์ทางการเมืองยังมีความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของภาคเอกชน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงนอกประเทศมาจากเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความเปราะบางจากอุปสงค์ในตลาดโลกลดลง ทำให้การส่งออกส่งสัญญาณชะลอตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9 ประกอบกับเศรษฐกิจจีนขยายตัวต่ำกว่าคาด ทั้งยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ช่วยพยุงการบริโภคและการใช้จ่ายในประเทศ”
สำหรับดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 100.2 ปรับตัวลดลงจากเดือนก่อนคาดการณ์อยู่ที่ระดับ 102.1 เนื่องจากผู้ประกอบการกังวลต่อความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจัดทำงบประมาณภาครัฐ ตลอดจนขาดความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ราคาพลังงาน ค่าไฟฟ้าและค่าจ้างแรงงาน เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินกิจการ รวมทั้งสภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง
“ดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าที่ลดลง มีสาเหตุจากผู้ประกอบการกังวลต่อความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จึงอยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว”
ซึ่งหากถามว่ากรณีมีกระแสข่าวนายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย และประธานสมาคมธนาคารไทยจะมานั่งเป็น รมว.คลังนั้น หากเป็นจริงก็ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี และเห็นว่า ครม.ใหม่ควรที่เลือกคนที่มีความสามารถ มีประสบการณ์ เป็นที่ยอมรับของประชาชนและนักลงทุน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” นายเกรียงไกรกล่าว
พร้อมกันนี้ ส.อ.ท.มีข้อเสนอแนะต่อภาครัฐดังนี้ คือ
1)เร่งจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็ว และออกนโยบายฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องประชาชน รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ
2)เร่งออกมาตรการบรรเทาผลกระทบจากภาระต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินและลดความเสี่ยงการเป็นหนี้เสีย (NPL)
3)ขอให้ใช้กลไกของทูตพาณิชย์ในการเจรจาเร่งจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) และลดปัญหาทั้งอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Nontariff Barriers : NTBs) และมาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Nontariff Measures : NTMs) รวมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าแบบมุ่งเป้าไปยังกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพ เช่น กลุ่ม GCC, ละตินอเมริกา, เอเชียใต้ เป็นต้น เพื่อช่วยขยายโอกาสทางการค้าและสนับสนุนภาคการส่งออก 4.ขอให้ภาครัฐเร่งดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะโครงการลงทุนต่าง ๆ ที่ยังค้างท่อ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
ที่มา ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 16 สิงหาคม 2566