อดีต รมว.คลัง แนะไทยร่วมสมาชิกกลุ่มบริกส์ ชี้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ
อดีต รมว.คลัง แนะไทยร่วมสมาชิกกลุ่มบริกส์ ชี้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ หลังกลุ่มบริกส์เริ่มมีอำนาจการต่อรองทางการค้าสูง ขณะที่ มองเป็นโจทย์ใหญ่ท้าทายการตัดสินใจของรัฐบาลชุดใหม่ เมื่อไทยต้องลดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับสหรัฐ
นายธีระชัย ภูวนารถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในรายการ DEEP Talk กรุงเทพธุรกิจ ถึงกรณีที่ไทยได้ยื่นเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มบริกส์ ว่า กรณีดังกล่าวถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทายการตัดสินใจของรัฐบาลชุดใหม่เกี่ยวกับการบริหารเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยการเข้าไปร่วมเป็นสมาชิก ซึ่งจะต้องลดความสัมพันธ์กับประเทศสหรัฐลงนั้น จะต้องทำด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้ไทยเกิดกรณีปัญหากับสหรัฐที่มีความสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนาน
“ถ้าย้อนหลังประวัติศาสตร์ไทย เราค้าขายกับจีนเยอะมาก ในขณะนั้น เศรษฐกิจอันดับหนึ่งของโลกคือ จีน แต่หลังสงครามโลกเราจับมือกับสหรัฐเหนียวแน่น แต่ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้คือ จีนกลับมาใหญ่มากขึ้น ฉะนั้นบทบาทของจีนในโลกจึงมีมากขึ้น ที่เรากำลังทำคือ ปรับโหมดความสัมพันธ์จากสหรัฐลดลงแต่ต้องทำด้วยความระมัดรวัง เร็วเกินไปก็ไม่ได้ ช้าเกินไปก็ไม่ได้ ฉะนั้น จึงเป็นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลหน้าที่ต้องเดิน โดยเดินแบบรีบร้อนอย่างนวยนาด เพื่อให้ออกมาแล้วมีความเหมาะสม”
ทั้งนี้ การรวมตัวของกลุ่มบริกส์ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ประกอบด้วย บราซิลรัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองทางการค้า โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาพัฒนาระบบการชำระเงินขึ้นมาใหม่ ซึ่งขณะนี้เศรษฐกิจของกลุ่มบริกส์นั้น เมื่อรวมกันแล้วถือว่า มีขนาดใหญ่ที่แซงกลุ่มประเทศ G7 ไปเรียบร้อยแล้ว หากกลุ่มประเทศสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขนาดของเศรษฐกิจกลุ่มบริกส์ก็จะขยายตัวมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มอำนาจการต่อรองของกลุ่มบริกส์มากขึ้น
สำหรับปัจจัยที่ทำให้กลุ่มบริกส์มีอำนาจการต่อรองสูงคือ มีการผลิตสินค้า และมีวัตถุดิบมาก เช่น น้ำมันสินค้าเกษตร ปุ๋ย และแร่ธาตุต่างๆ โดยในเรื่องของการผลิตนั้น ปัจจุบัน กลุ่มบริกส์เอง เป็นกลุ่มประเทศที่มีความสามารถในการผลิตสินค้าที่มีความซ้ำซ้อน และแม่นยำมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่อำนาจการต่อรองทางการค้า และรวมถึง การเจรจาเรื่องระบบการชำระเงินใหม่
“การรวมตัวของบริกส์คือ เพิ่มอำนาจในการต่อรอง และเพิ่มอำนาจการค้า คิดว่า ไทยเองควรเข้าไปเลียบๆเคียงๆ ไม่ควรจะไปในลักษณะที่ทำให้สหรัฐวิตกว่า เราทิ้งน้ำหนักไปทางจีนมากขึ้น แต่ว่า ในแง่กลุ่มบริกส์ที่มีอำนาจต่อรองสูงทั้งในแง่วัตถุดิบ ในแง่สินค้าเกษตร ปุ๋ย แร่ธาตุต่างๆ จึงมีความเหมาะสมที่ไทยจะเข้าไปใกล้ชิด แต่ถามว่า อำนาจต่อรองระยะยาวจะมีแค่ไหน มองว่า อาจจะเป็นวัฏจักรของโลกที่ประเทศสหรัฐมหาอำนาจที่โตในขณะนี้ จะถึงจุดพีค หากว่า จีนสามารถดำเนินนโยบายอย่างแยบยล ก็จะเป็นการถ่ายโอนความเป็นมหาอำนาจได้อย่างราบรื่น”
ทั้งนี้ หากว่า ประเทศขนาดใหญ่ เช่น ซาอุดีอาระเบีย จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มบริกส์ มองว่า จะทำให้ปัญหาการเลือกข้างจะรุนแรงมากขึ้น ขณะที่ ปัญหาเศรษฐกิจโลกก็จะมีมากขึ้น ทั้งจากกรณีที่จะเกิดฟองสบู่ในสหรัฐเอง และรวมถึง การเกิดฟองสบู่ในประเทศจีน จากภาคอสังหาริมทรัพย์อีกด้วย ทั้งนี้ คาดว่า ฟองสบู่ในสหรัฐจะแตกราวไตรมาส 4 ปีนี้ ฉะนั้น ก็ต้องติดตามว่า ธนาคารกลางในยุโรปจะเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างไร ซึ่งเดาว่า ธนาคารกลางต่างๆ จะแก้ไขปัญหาด้วยการพิมพ์เงิน เงินดอลลาร์จะมีน้ำหนักน้อยลง ซึ่งจะเป็นเหตุผลที่ทำให้คนตัดสินใจเข้ามาอยู่กลุ่มบริกส์มากขึ้น
สำหรับการปรับระบบการชำระเงินใหม่นั้น เขาเห็นว่า ยังเป็นเรื่องที่ไม่ได้ข้อสรุป โดยการที่เอาสกุลเงินประเทศใดประเทศหนึ่งขึ้นมาเป็นสกุลหลักในการชำระแทนเงินดอลลาร์เป็นไปไม่ได้ เพราะในกลุ่มประเทศสมาชิกก็มีประเทศขนาดใหญ่ เช่น จีน และอินเดีย และลักษณะการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนในบริกส์นั้น เป็นแบบปิด หรือต่อให้เปิดก็ไม่กว้างขวางหรือใหญ่โตพอ และถ้าตั้งเป็นสกุลใหม่ก็ไม่ได้ เพราะลักษณะการค้ากลุ่มประเทศนี้กระจายมาก นอกจากนี้ แต่ละประเทศก็ไม่ยอมเอาอิสรภาพในการกำหนดนโยบายการเงินไปให้กับศูนย์กลาง ฉะนั้น แนวทางสกุลใหม่ และมาแทนสกุลเดิมไม่ได้ ดังนั้น แนวทางออกเรื่องนี้ น่าจะกำหนดสกุลเงินเป็นแบบโทเคน
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 24 สิงหาคม 2566