ผู้บริโภคแคนาดาหันซบ "อาหารธรรมชาติ" พลิกเกมตลาดอาหารโลกปี 2026
จากรายงานของ Nourish Food Marketing ระบุว่า ผู้บริโภคในแคนาดากำลังปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลือกซื้ออาหารและเครื่องดื่มอย่างมีนัยสำคัญ ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มมองว่า "ความไม่สมบูรณ์แบบตามธรรมชาติ" มีคุณค่าและน่าเชื่อถือมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการปรับแต่งเชิงอุตสาหกรรมอย่างเข้มข้น และเริ่มให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นธรรมชาติ แสดงความโปร่งใสในกระบวนการผลิต และความเรียบง่ายของวัตถุดิบมากกว่าการแปรรูปหรือการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเกินความจำเป็น แนวคิดดังกล่าวสะท้อนถึงจุดอิ่มตัวของผู้บริโภคต่ออาหารที่ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีเป็นหลัก และกลายเป็นแรงผลักสำคัญที่กำหนดทิศทางเทรนด์อาหารและเครื่องดื่มในปี 2026 โดยสามารถจำแนกออกเป็น 4 เทรนด์หลัก ดังนี้
เทรนด์ที่ 1 อาหารจริง (Real Food) ผ่านกระบวนการผลิตที่เรียบง่าย :
ผู้บริโภคหันกลับมาให้คุณค่ากับอาหารที่ผ่านกระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน ใช้วัตถุดิบที่เรียบง่าย และใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มได้เร่งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การแปรรูป การถนอมอาหาร ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพด้วยระบบอัตโนมัติและ AI แม้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ แต่กลับทำให้ผู้บริโภคบางส่วนรู้สึกถึงความซ้ำซากและขาดความเชื่อมโยงกับแหล่งที่มาของอาหาร ส่งผลให้ความต้องการอาหารที่ “น้อยขั้นตอน แต่จริงใจ” กลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง
เทรนด์ที่ 2 กินดีและดูดี: นิยามของความงามผ่านโภชนาการ :
ในปี 2026 อาหารและเครื่องดื่มจะมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพและความงามมากขึ้น ผู้บริโภคชาวแคนาดาจำนวนมากเริ่มตระหนักว่า สุขภาพที่ดีและผิวพรรณที่แข็งแรงควรเริ่มต้นจากการรับประทานอาหารที่เหมาะสม มากกว่าการพึ่งพาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรืออาหารเสริมเพียงอย่างเดียว แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนผ่านยอดจำหน่ายอาหารเสริมที่ลดลง ในขณะที่เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและความงามกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แบรนด์ต่าง ๆ จึงมีโอกาสพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ผสานทั้งรสชาติ ความสะดวก และคุณประโยชน์ด้านสุขภาพไว้ด้วยกัน เช่น การช่วยระบบย่อยอาหาร เพิ่มพลังงาน เสริมอารมณ์เชิงบวก และสนับสนุนภูมิคุ้มกันของร่างกาย
เทรนด์ที่ 3 อาหาร = ยาแก้เหงา บทบาทใหม่ของอาหารต่อสุขภาพใจ :
อาหารไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่บำรุงร่างกายเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการเยียวยาจิตใจ ลดความเครียด ความเหงา และเสริมสร้างอารมณ์ที่ดีขึ้น อาหารและเครื่องดื่มจึงถูกมองว่าเป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงผู้คนและสร้างประสบการณ์ร่วม สำหรับแบรนด์อาหารและผู้ค้าปลีก การออกแบบประสบการณ์ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้มีปฏิสัมพันธ์ที่ดี แม้ในระยะเวลาสั้น ๆ ก็สามารถช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกและเพิ่มความผูกพันต่อแบรนด์ในระยะยาว
เทรนด์ที่ 4 โภชนาการแบบองค์รวม จากโปรตีนสู่ความสมดุล :
หลังจากกระแสการบริโภคโปรตีนเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา Nourish Food Marketing ระบุว่า กระแสดังกล่าวเริ่มเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว เนื่องจากผู้ผลิตจำนวนมากต่างเติมโปรตีนลงในผลิตภัณฑ์เพื่อดึงดูดความสนใจผู้บริโภค ในปี 2026 ผู้บริโภคชาวแคนาดาจะหันมาให้ความสำคัญกับโภชนาการแบบองค์รวมมากขึ้น โดยมองหาความสมดุลของสารอาหารจากแหล่งธรรมชาติ แทนการเน้นสารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว เช่น การเลือกถั่วเลนทิลที่ให้ทั้งโปรตีน ใยอาหาร และสารอาหารรองอื่น ๆ ในคราวเดียว
จากเทรนด์ดังกล่าว ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มของไทยมีโอกาสต่อยอดเข้าสู่ตลาดแคนาดาได้อย่างมีศักยภาพ โดยเฉพาะการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ชูจุดเด่นด้านวัตถุดิบธรรมชาติ ความเรียบง่ายของสูตร และความโปร่งใสของแหล่งที่มา อาหารไทยที่มีเอกลักษณ์จากสมุนไพร ธัญพืช หรือพืชพื้นถิ่น สามารถตอบโจทย์ทั้งเทรนด์ Real Food และโภชนาการแบบองค์รวมได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ การสื่อสารเรื่องประโยชน์ต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์และเรื่องราวของอาหาร จะช่วยเพิ่มมูลค่าแบรนด์และสร้างความแตกต่างในตลาดได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว (ข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแวนคูเวอร์, เรียบเรียงโดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์)
ทื่มา globthailand
วันที่ 30 ธันวาคม 2569

