ไทยจับมือญี่ปุ่น ขนเทคโนโลยี IoT-หุ่นยนต์ รื้อระบบเกษตรไทย
KEY POINTS :
* ไทยร่วมมือกับกระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น เพื่อนำเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ เช่น IoT และเครื่องจักรกลสมัยใหม่ มาปฏิรูปภาคการเกษตรของไทย
* ความร่วมมือนี้เป็นการผสานนโยบายเศรษฐกิจ BCG ของไทย เข้ากับยุทธศาสตร์สีเขียว Midori ของญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน
* มีเป้าหมายเพื่อยกระดับสถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ไทยให้เป็นศูนย์บริการเกษตรครบวงจรที่ทันสมัย ทั้งด้านเครื่องจักรกลและศูนย์คัดบรรจุสินค้าเพื่อการส่งออก
* การนำเทคโนโลยีมาใช้มุ่งหวังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคการเกษตร
เกษตรไทยเตรียมเปลี่ยนโฉม ถกยักษ์ใหญ่กระทรวงเกษตรฯ ญี่ปุ่น ชูนโยบาย BCG ผสานยุทธศาสตร์สีเขียว Midori นำเทคโนโลยีอัจฉริยะ IoT และเครื่องจักรกลสุดล้ำ มายกย่องสถาบันเกษตรกรไทย ให้ก้าวสู่ศูนย์บริการเกษตรครบวงจรระดับสากล
นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการ หารือร่วมกับ นายวาตานาเบะ โยอิจิ Vice-Minister for International Affairs กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น ( MAFF) ณ กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ว่า เพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยและญี่ปุ่นที่มีมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะความร่วมมือภายใต้กรอบความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) ซึ่งมีการขับเคลื่อนและประชุมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความมั่นคงทางอาหาร ความปลอดภัยของอาหาร และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy: BCG Model) ของไทย ที่มุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อยกระดับคุณค่าสินค้าเกษตร ซึ่งมีความสอดคล้องอย่างยิ่งกับยุทธศาสตร์ความยั่งยืนด้านอาหารและระบบการเกษตร “Midori Strategy” ของประเทศญี่ปุ่น ที่ให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมสีเขียวมาปรับใช้ในระบบการผลิต
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความร่วมมือภายใต้บันทึกความร่วมมือด้านการพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร รวมถึงระบบอัตโนมัติ และ IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุน และการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน
สำหรับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับสถาบันเกษตรกรและสหกรณ์การเกษตรของไทย โดยการนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรกลการเกษตร ที่ทันสมัยและมีความแม่นยำสูง มาปรับใช้ เพื่อเร่งพัฒนาและยกระดับศักยภาพภาคการเกษตรของไทยให้ทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาสหกรณ์ให้ก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการเครื่องจักรกลทางการเกษตร (Service Provider) ที่ครบวงจร และศูนย์รวบรวมคัดบรรจุสินค้าเกษตร (Packing House) ที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีคัดแยกคุณภาพที่มีมาตรฐานสากลเพื่อการส่งออก
ขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่นำกลไกการประชุมคณะทำงานร่วมตามกรอบ JTEPA ครั้งที่ 17 รวมถึงการประชุมหารือระดับสูงด้านอุตสาหกรรมเกษตรและอาหารระหว่างไทยและญี่ปุ่น (Japan-Thailand High-Level Cooperation Dialogue on Agriculture and Food Industries) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในปี 2570 เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือ ด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และเครื่องจักรกลการเกษตร ดังกล่าวให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอีกด้วย
ในโอกาสเดียวนี้ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แสดงความขอบคุณกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงญี่ปุ่น (MAFF) ที่ให้การสนับสนุนความร่วมมือกับประเทศไทยด้วยดีมาโดยตลอด ทั้งในกรอบ JTEPA และโครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในประเทศญี่ปุ่น (JAEC) ซึ่งถือเป็นโครงการสำคัญในการลงทุนพัฒนาบุคลากรภาคการเกษตร การสร้างผู้นำเยาวชนเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ มีทักษะความรู้ที่ทันสมัย และพร้อมที่จะนำประสบการณ์กลับมาสร้างความเข้มแข็งให้แก่ภาคการเกษตรของไทยได้อย่างยั่งยืน โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนโครงการดังกล่าวจากฝ่ายญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่องต่อไป
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
วันที่ 5 สิงหาคม 2569

