เกาหลีใต้ยก ‘เวียดนาม’ เป็นประตูสู่ตลาดอาหารอาเซียน
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นหนึ่งในคู่ค้าสำคัญของเกาหลีใต้ โดยเวียดนามถูกวางให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และฐานในการกระจายสินค้าประเภทอาหารไปสู่ประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าความสำเร็จของกลยุทธ์ดังกล่าวไม่ได้ขึ้นอยู่กับคลื่นความนิยมวัฒนธรรมเกาหลี (Hallyu) เพียงอย่างเดียว แต่ผู้ส่งออกจำเป็นต้องมีการขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิที่น่าเชื่อถือ รวมถึงปรับสินค้าให้เข้ากับตลาด และวางตำแหน่งสินค้าในกลุ่มพรีเมียมให้ชัดเจน
.
แผนดังกล่าวยังครอบคลุมถึงการตั้งศูนย์กลางการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ (Multimodal Logistics) ในกรุงฮานอย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตร อาหาร และกิจการชนบทของเกาหลีใต้ และผู้กระจายสินค้าภายใต้ Korea Agro-Fisheries and Food Trade Corporation เพื่อช่วยให้ผู้ส่งออกสามารถลดต้นทุนขนส่ง รักษาคุณภาพสินค้า และตอบสนองความต้องการอาหารเกาหลีที่เพิ่มขึ้นภายในภูมิภาคได้
.
นอกจากนี้ ศูนย์ดังกล่าวจะใช้ระบบขั้นสูงในการเก็บและรักษาคุณภาพของสินค้าเกษตรและปศุสัตว์สด ซึ่งรวมถึงห้องแช่แข็ง-แช่เย็นแบบเร่งด่วน และบรรจุภัณฑ์แบบรักษาอุณหภูมิสำหรับการขนส่งด้วย
.
สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือว่าเป็นหนึ่งในคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดและเป็นตลาดส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่เป็นอันดับ 4 ของเกาหลีใต้ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 15% ของการส่งออกทั้งหมด โดยเกาหลีใต้มีการส่งออกสินค้าเกษตร เครื่องสำอาง ของใช้ในบ้าน แฟชั่น และเภสัชภัณฑ์ มายังตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นมูลค่าสูงถึง 6.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 ที่ผ่านมา
.
นาย Brian JY Yoo ผู้อำนวยการการวิเคราะห์การค้าจาก Dallant Consulting Group และ CEO ของ CareerLab มองว่าการเติบโตของชนชั้นกลาง รวมถึงช่องทางโมเดิร์นเทรด อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และทำเลที่ตั้งที่อยู่ติดกับหลายประเทศ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เวียดนามกลายเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าที่สำคัญไปยังประเทศอื่นในภูมิภาค
.
ในขณะเดียวกัน กลุ่มชาวเวียดนามในเกาหลีใต้ก็มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันมากขึ้น ทำให้สินค้าเกาหลีใต้แท้เป็นที่ต้องการมากขึ้นเมื่อชาวเวียดนามเหล่านี้เดินทางกลับประเทศ ประกอบกับกระแส K-pop, K-dramas และ K-beauty ที่ช่วยหนุนความต้องการสินค้าในระยะยาวของผู้บริโภควัยหนุ่มสาวในภูมิภาคด้วย
.
นอกจากนี้ นาย Hyun-je Woo CEO ของบริษัทส่งออก Mirako Trade กล่าวว่า ความร่วมมือกับเวียดนามจะช่วยให้ผู้ส่งออกเกาหลีใต้สามารถเปลี่ยนจากการส่งออกโดยตรงไปยังแต่ละประเทศ ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่า มาเป็นระบบกระจายสินค้าแบบ Hub and Spokes ที่รวบรวมสินค้าไว้ที่ศูนย์กลางก่อนส่งต่อไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาค อีกทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสินค้าควบคุมอุณหภูมิของเวียดนามจะช่วยลดระยะเวลาในการรอสินค้า ลดต้นทุน และเพิ่มอายุในการเก็บรักษาสินค้าได้อีกด้วย
ที่มา AEC Connect by Bangkok Bank
วันที่ 5 สิงหาคม 2569

