อียูเปิดศึกการค้า จ่อรีด "ภาษีพิเศษ" รถ EV จีนสามค่ายใหญ่ 17-38% มีผล ก.ค.นี้
สหภาพยุโรป (อียู) ประกาศภาษีพิเศษเรียกเก็บจาก 3 บริษัทใหญ่ ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีน อ้างรัฐบาลปักกิ่งจีนให้การอุดหนุนที่ไม่เป็นธรรมแก่อุตสาหกรรมยานยนต์อีวีในประเทศ ทำให้กำลังผลิตล้น จนบุกตลาดทั่วโลกในราคาได้เปรียบคู่แข่งขัน
คณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของ สหภาพยุโรป (EU) ประกาศเรียกเก็บภาษีพิเศษต่อ รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีการนำเข้าจาก จีน วานนี้ (12 มิ.ย.) โดยระบุว่ารถยนต์ดังกล่าวได้รับประโยชน์อย่างมากจากการอุดหนุนที่ไม่เป็นธรรมจากรัฐบาลจีน และถือเป็นภัยคุกคามทางเศรษฐกิจต่อผู้ผลิตรถยนต์ EV ในยุโรป
ทั้งนี้ EC ประกาศเรียกเก็บภาษีพิเศษต่อยานยนต์ไฟฟ้าระบบแบตเตอรี (BEV) ที่มีการนำเข้าจากจีน นอกเหนือจากการเรียกเก็บภาษี 10% ในปัจจุบัน โดยรถยนต์อีวีของบริษัทผู้ผลิต 3 รายใหญ่ของจีนจะถูกเรียกเก็บภาษีพิเศษแตกต่างกัน ดังนี้
* SAIC จะถูกเรียกเก็บภาษีพิเศษ 38.1%
* Gleely ถูกเรียกเก็บ 20%
* และ BYD ถูกเรียกเก็บ 17.4%
อย่างไรก็ดี EC ระบุว่า มาตรการทางภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 ก.ค. 2567 โดยจะขึ้นอยู่กับผลการเจรจาแก้ไขปัญหาระหว่าง EC และบริษัทรถยนต์แต่ละแห่ง เพื่อพิจารณาว่าทางบริษัทให้ความร่วมมือกับ EC หรือไม่ ก่อนที่จะบังคับใช้อย่างเป็นทางการ หลังจากที่ EC เริ่มการสอบสวนเรื่องดังกล่าวตั้งแต่เดือนต.ค.2566

ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนและอียู ร้อนแรงมากขึ้นนับตั้งแต่ที่อียูประกาศเริ่มการไต่สวนกรณีรถอีวีนำเข้าจากจีน แม้ว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะเดินทางเยือนยุโรปเมื่อต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา แต่ก็ดูจะไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก ผู้นำจีนพยายามสร้างความมั่นใจว่า อียูจะไม่มาแนวทางเดียวกับพันธมิตรอย่างสหรัฐ ที่ตั้งท่าเก็บภาษีสินค้าจีนเพิ่มขึ้นหลายรายการในปีนี้และปีหน้า
โดยเมื่อเดือนพ.ค. รัฐบาลสหรัฐประกาศเก็บภาษีรถยนต์อีวีนำเข้าจากจีนในอัตราสูงขึ้นสี่เท่าจากเดิม 25% เป็น 100% ภายในปีนี้ แต่สุดท้าย อียูก็มาแนวทางเดียวกันกับสหรัฐ คือประกาศเรียกเก็บภาษีพิเศษจากรถอีวีที่นำเข้าจากจีน ซึ่งเป็นรถอีวีของสามค่ายใหญ่ของจีนที่กำลังขยายตลาดไปทั่วโลก นั่นคือ SAIC, Geely และ BYD
ปัจจุบัน จีนเป็นประเทศผู้ผลิตรถอีวีมากกว่าประเทศใดๆในโลก นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ครอบครองเครือข่ายซัพพลายเชนแบตเตอรี่รถอีวีอีกด้วย จีนขยายตลาดรถอีวีออกมายังต่างประเทศมากขึ้นเมื่อเศรษฐกิจในประเทศเริ่มชะลอตัวและมีการแข่งขันด้านราคา
สถิติยอดส่งออกรถอีวีของจีนในปี 2566 คือ 1.55 ล้านคัน ในจำนวนนี้ 40% เป็นการส่งออกไปยังตลาดยุโรป
ข่าวระบุว่า นับตั้งแต่ที่อียูเริ่มการไต่สวนสินค้านำเข้าจากจีนซึ่งนอกจากรถอีวีแล้วยังมีอีกหลากหลายอุตสาหกรรม บริษัทของจีนก็ทยอยถอนตัวออกจากโครงการประมูลด้านพลังงานและระบบขนส่งทางรางในยุโรป
นายหวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน เคยให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้เมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมาว่า ประเด็นความขัดแย้งเกี่ยวกับการค้ายานยนต์ระหว่างจีนและอียู ควรได้รับการแก้ไขด้วยการเจรจาหารือ จีนรับทราบท่าทีของอียูเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ก็หวังว่าฝ่ายอียูจะยึดมั่นต่อพันธกิจในเวทีการค้าโลกคือการส่งเสริมการค้าเสรีและต่อต้านมาตรการใดๆที่เป็นการกีดกันทางการค้า
ที่มา ฐานเศรษฐกิจ
วันที่ 13 มิถุนายน 2567

